R@nthong.com
03 กันยายน 2014, 09:05:44 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ทันกฎหมาย : สิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย  (อ่าน 3760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
₡a$i₦o €Gold₦oMic
Administrator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 642


กระทู้: 16289



« เมื่อ: 01 ตุลาคม 2004, 03:01:52 »

รู้ทันกฎหมาย : สิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย

คมชัดลึก  วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2547


เป็นผู้ต้องหาก็มีสิทธิกับเขาเหมือนกัน แม้จะไม่ใช่เป็นสิทธิพิเศษกว่าคนธรรมดาก็ยังดีที่ว่ามีสิทธิ เมื่อถูกจับหรือถูกแจ้งข้อหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด ก็จะตกเป็นผู้ต้องหาและอาจถูกควบคุมตัวหรือขังได้ ในสถานการณ์อย่างนี้ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมตามสมควร และมีสิทธิเรียกร้องจะพบและปรึกษาทนายความได้ด้วย แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบหรือไม่แน่ใจก็เลยไม่ได้ใช้สิทธิตรงนี้

การได้พบและปรึกษาทนายความตามที่กฎหมายให้สิทธิไว้นี้ มีดีตรงที่ให้พบได้แบบสองต่อสองเสียด้วย เท่านั้นยังไม่พอ เวลาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ผู้ต้องหายังมีสิทธิจะให้ทนายความเข้าฟังการสอบสวนปากคำได้ แต่การเข้าฟังการสอบสวนเป็นสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องจัดหาพาทนายให้กับผู้ต้องหา อย่างนี้เรียกว่าต้องไขว่คว้าหาทนายความมาเอง

ถ้าผู้ต้องหาไม่ได้พาทนายมาร่วมฟังการสอบสวนแล้วจะมาอ้างไม่ได้ว่าที่ถูกสอบสวนไปนั้นใช้ไม่ได้ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้ให้ทนายเข้ามาฟัง เรื่องพรรค์นี้มันเป็นสิทธิที่เราต้องใช้ ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องดำเนินการจัดหามาให้ เมื่อผู้ต้องหาไม่ใช้สิทธิก็หมดสิทธิไป จะมารีไวด์ยูเทิร์นอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

แต่ถ้าผู้ต้องหาขอให้ทนายของตนเข้าฟังการสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนไม่ยอมให้เข้าฟังอย่างนี้เป็นเรื่อง เพราะเมื่อใช้สิทธิแล้วถูกห้ามหรือกีดกัน ผู้ต้องหาสามารถอ้างได้ว่าการสอบสวนไม่ชอบได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องการจัดทนายความนั้น กฎหมายกำหนดให้บริการส่วนนี้แก่ผู้ต้องหาด้วยเหมือนกัน คือในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ท่านกำหนดไว้ให้ตำรวจถามเด็กเสียก่อนว่ามีทนายหรือไม่ โดยต้องถามก่อนที่จะทำการสอบสวนด้วย และถ้าเด็กไม่มี พนักงานสอบสวนก็มีหน้าที่จัดหาทนายความมาดูแลให้ แบบนี้ถ้าตำรวจทำเฉยไม่แจ้งให้ทราบถึงสิทธิอันนี้ ก็อาจมีปัญหาว่าการสอบสวนจะชอบหรือไม่ เพราะกฎหมายกำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องทำ

สิทธิของผู้ต้องหาอีกประการก็คือ ถ้าเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ก็มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วด้วย ถือว่ามีสวัสดิการระหว่างถูกควบคุมตัวพอสมควร

ในระหว่างการสอบสวนนั้น กฎหมายกำหนดให้ต้องทำการสอบสวนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมด้วย ในชั้นสอบสวนนี้ ถ้อยคำที่ให้การไว้จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีในชั้นศาล ผู้ต้องหาจึงอาจอยากให้การแบบครั้งเดียวไม่ซ้ำซาก หรือไม่อยากให้การต่อพนักงานสอบสวนด้วยเหตุใดก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะไม่ให้การก็ได้ ตำรวจจะมาซ้อมหรือบังคับให้ให้การไม่ได้ทั้งสิ้น

ผ่านขั้นตอนชั้นโรงพักแล้วก็มาถึงการส่งฟ้องต่อศาล เมื่อตำรวจสรุปสำนวนทำความเห็นเสนอให้อัยการสั่งคดี ถ้าอัยการเห็นควรฟ้องก็จะนำคดีสู่ศาลเพื่อพิจารณาต่อไป แล้วผู้ต้องหาก็มีฐานะเป็นจำเลย

หลังจากผ่านการพิจารณาที่ศาลแล้ว ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด จำเลยคนนี้ก็มีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนจากรัฐได้อีกด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นจำเลยในคดีที่อัยการเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาล และได้ถูกคุมขังในระหว่างพิจารณาคดี ประมาณว่าไม่ได้ถูกติดคุกฟรีๆ นั่นเอง

การเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นเรื่องที่รัฐเข้ามาจัดการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จัดการกับคนไม่ดี แต่คนไม่ดีก็มีสิทธิในความเป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับความเป็นธรรมจากผู้ดูแลกฎด้วย

****************************
[/color]
"Thank You" from 1 Member
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!