รู้ทันกฎหมาย : นายหน้า (1)

(1/1)

₡a$i₦o €Gold₦oMic:
รู้ทันกฎหมาย : นายหน้า (1)

คมชัดลึก  วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2547


จะเป็นนายหน้า ว่ากันว่าต้องมีวาจาเป็นเอก เพราะการเป็นนายหน้าหมายความว่า ต้องสามารถโน้มน้าวให้ใครต่อใครที่เป็นเป้าหมายของเราเขาตกลงตามที่เราเสนอไป ก็เท่ากับว่าภารกิจการเป็นนายหน้าบรรลุตามเป้าหมาย สบายกระเป๋าสตางค์นายหน้าไป

สำหรับสมัยนี้เพียงวาจาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องขอรู้เท่าทันกฎหมาย ว่าท่านให้สิทธิแก่นายหน้าได้แค่ไหนเพียงใด และหากเราเองจะต้องพึ่งพาบริการของนายหน้า จะได้มั่นใจว่าไม่เสียท่าเขา

เรื่องนายหน้าเป็นสัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือแต่อย่างใด เพียงเอ่ยปากตกลงกันไปก็ผูกพันใช้ได้ทางกฎหมายแล้ว สำคัญที่ว่าเข้าใจตรงกันหรือไม่ว่ามีกรอบของงานแค่ไหน บางรายให้เป็นนายหน้าขายที่ดิน แล้วนายหน้ากินเปอร์เซ็นต์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งกฎหมายท่านไม่ห้ามไว้ ดังนั้นถ้าเกิดมีอาการไม่พอใจไม่ยอมจ่ายค่านายหน้าให้โดยอาศัยข้ออ้างอย่างที่นิยมพูดและปฏิบัติกัน นั่นคือ "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ไม่ได้ เว้นแต่ผลประโยชน์ขัดกัน

หลักกฎหมายในเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เอาแค่เพียงจัดการให้เขาได้ทำสัญญากันก็เป็นอันเสร็จพิธี ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะมีการเจรจากันกี่ครั้งกับใครบ้างอย่างไร ก็ไม่ต้องไปซีเรียสกังวลใจ หากตกลงให้เราดำเนินการจัดให้ได้ทำสัญญาแล้ว ปรากฏว่าการทำสัญญานั้นเกิดมีเกิดเป็นขึ้นมาเพราะว่าเราเป็นคนจัดการก็พอ ส่วนอีกแบบอีกสไตล์ก็ได้แก่แค่เพียง ?ชี้ช่อง? ให้เขาได้ทำสัญญากัน อันนี้มีเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไม่น้อย การชี้ช่องก็เหมือนการบอกทางสว่างให้เขาได้รู้จักกัน แล้วเขาก็ไปคุยกันเองว่าจะซื้อจะขายหรือไม่ หรือจะตกลงทำสัญญากันอย่างไร

ที่น่าสนใจคือ มีการตกลงว่าจะให้บำเหน็จค่าตอบแทนจากการไปชี้ช่องจนเขาตกลงกัน ไม่ใช่ไม่เคยตกลงให้ชี้ช่องแต่ไปชี้ช่องทางให้เองแบบนี้ ก็ต้องดูว่าพึงคาดหมายได้หรือไม่ว่าเขาจะทำให้เพื่อได้ค่านายหน้า แต่ถ้าเพียงแค่แนะนำให้เขารู้จักกันธรรมดา แล้วเขาเกิดไปกิ๊กกันเองว่าน่าจะมาทำการค้าเจรจาจนเกิดเป็นสัญญากัน ก็จะมาขอค่านายหน้าฐานที่ทำให้รู้จักกันไม่ได้ เพราะไม่ได้ตกลงกันว่าให้เป็นนายหน้า และก็ไม่ได้ชี้ช่องให้ตามกฎหมายว่าด้วยการเป็นนายหน้า

นอกจากไม่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือแล้ว เขาอาจมีนายหน้าหลายคนก็ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ว่าห้ามไปให้ใครมาเป็นนายหน้าอีก และหากไม่ได้ห้ามอะไรกันเอาไว้ในสัญญา นายหน้าคนนี้ก็สามารถทำหน้าที่นายหน้าให้อีกฝ่ายได้ เพราะแม้จะทำอย่างนั้นก็ตาม นายหน้าไม่ได้เป็นคนตกลงตัดสินใจว่าจะทำสัญญาหรือไม่ กฎหมายท่านจึงไม่ห้ามเอาไว้ เพราะถ้าไม่เป็นที่พอใจฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่าย ก็สามารถไม่โอเคได้ตามใจตัวเอง

เมื่อทราบอย่างนี้ก็สมควรที่เราจะต้องกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจน ว่าจะมีนายหน้าได้อย่างไร ในอัตราค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าเท่าใด และอาจกำหนดเรื่องอื่นๆ ลงไปไว้ด้วย เป็นต้นว่า ราคาที่น่าจะเคาะได้หรือตกลงได้จะต้องไม่สูงกว่าหรือต่ำกว่าเท่าใด หรือจำนวนเท่าใดแน่นอน เพื่อให้นายหน้ามีความคล่องตัวในการเจรจาให้ได้มาถึงการทำสัญญาตามต้องการ

นอกจากนี้ควรที่จะต้องกำหนดระยะเวลาการเป็นนายหน้าเอาไว้เหมือนกัน บางคนอยากขายที่ ก็บอกเขาไปทั่วว่าถ้าหาคนมีสตางค์มาซื้อได้ก็จะตกลงทำสัญญาให้ แล้วปล่อยนานไปจนลืม อย่างนี้นายหน้าก็ยังมีสิทธิต่อไปที่จะตามหาคนมาทำสัญญาซื้อได้ เพราะไม่ได้กำหนดเวลาเอาไว้

เมื่อชี้ช่องหรือจัดการแล้ว เขาจะทำตามสัญญากันหรือไม่หรือมาเลิกสัญญากันทีหลังอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวกับนายหน้าคนนี้แล้ว

ส่วนค่านายหน้าจะจ่ายเท่าไรและเมื่อใด คงต้องใช้พื้นที่ใหม่อีกหนึ่งตอนเลยทีเดียว

**********************************
[/color]"Thank You" from 1 Member

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ