R@nthong.com
30 กรกฎาคม 2014, 22:08:05 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รู้ทันกฎหมาย : ฟอกเงิน  (อ่าน 4793 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
₡a$i₦o €Gold₦oMic
Administrator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 625


กระทู้: 16272



« เมื่อ: 01 ตุลาคม 2004, 02:54:41 »

รู้ทันกฎหมาย : ฟอกเงิน

คมชัดลึก  วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2547


เป็นที่รู้กันว่าข้อหานี้มีสิทธิทั้งติดคุกและเสียทรัพย์สินไป เพราะกฎหมายให้อำนาจรัฐจัดการยึดทรัพย์เอาไว้ก่อนได้ แล้วผู้ถูกกล่าวหาค่อยมาพิสูจน์กันทีหลังว่าตนบริสุทธิ์ หรือว่าถ้าเป็นเพียงการทำธุรกรรมโอนขาย ที่เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก็จะถูกยับยั้งการทำธุรกรรมนั้นไว้ได้ 3 วัน 10 วันทีเดียว


ถ้าเชื่อว่าจะมีการโอนการยักย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทำความผิดมูลฐาน ทรัพย์สินก็ถูกยึดหรืออายัดได้เป็นเวลาถึง 90 วัน แม้จะเป็นการสั่งยึดชั่วคราวแต่ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นได้เลย หากเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดแล้วก็เป็นอันถูกริบตกเป็นของแผ่นดินโดยไม่ต้องคำนึงว่า ศาลอาญาจะพิพากษาว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่


ที่บอกว่าเป็น "ความผิดมูลฐาน" นั้น บางอย่างอาจไม่ใช่สิ่งที่เราจะเกี่ยวข้องได้เลย เช่น ความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติด การค้าหญิงและเด็ก การก่อการร้าย ค้าอาวุธสงคราม ค้าเงินเถื่อน การค้ามนุษย์ หรือความผิดเกี่ยวกับการยักยอก ฉ้อโกง ซึ่งกระทำโดยผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจสั่งการของสถาบันการเงิน


แต่บางอย่างก็ล่อแหลมไม่น้อย เป็นต้นว่า ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนหรือกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือการยุติธรรม หรือการหลีกเลี่ยงศุลกากร ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาประเภทว่าเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ ประมาณนี้


เรื่องของเรื่องก็คือ หน่วยงานสำนักงานที่ดิน ผู้ประกอบอาชีพด้านที่ปรึกษาการลงทุน หรือสถาบันการเงิน ต้องรายงานต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หากว่ามีธุรกรรมเกี่ยวกับเงินหรือการลงทุน หรือที่ดิน ซึ่งถ้าคณะกรรมการเกิดสงสัยว่าธุรกรรมเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก็จะเข้ามาพิจารณาว่าจะยับยั้งการทำธุรกรรมนั้น หรือว่าทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ตามที่ว่าไว้ข้างต้น


การรายงานก็คือ ถ้าทำธุรกรรมกับธนาคารเกี่ยวกับเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป หรือเกี่ยวกับทรัพย์สินมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินเป็นการชำระเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านขึ้นไป หรือว่าที่ดินมีมูลค่าตามราคาประเมินตั้งแต่ 5 ล้านขึ้นไปหรือไม่ ที่ไม่ใช่การโอนทางมรดกต้องรายงาน


ไม่เพียงแต่ธนาคารเท่านั้นที่มีชื่อว่าเป็นสถาบันการเงิน บรรดาธุรกิจเงินทุน เครดิตฟองซิเอร์ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัยทั้งหลาย ไล่ไปถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ ก็ถือว่าเป็นสถาบันการเงินที่ต้องรายงานทั้งนั้น


หน้าที่ของเราชาวไทยก็คือ ต้องให้ข้อมูลเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เขารายงานได้ไม่ติดขัด ถ้าขืนทำหยิ่ง ปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือทำลับลมคมในก็อาจได้ข้อหาต้องสงสัยในความไม่โปร่งใสได้


เพราะกฎหมายว่าไว้ว่า ถ้าไปทำการโอน หรือรับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดมูลฐาน หรือว่าซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นหรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นความผิดมูลฐาน จะไปช่วยเขาก่อน หรือขณะทำความผิดหรือหลังทำความผิดก็ผิดทั้งนั้น การเห็นอกเห็นใจญาติพี่น้องผองเพื่อน แบบว่าไม่แน่ใจว่าผิดหรือไม่ก็ช่วยไปก่อน ก็อาจได้ความผิดไปด้วย


ถ้าไม่ได้กระทำโดยตรงมากมายถึงขนาดนั้น เพียงแต่ปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มาของทรัพย์สิน หรือการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ก็อาจจะได้เป็นผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินไปอย่างเต็มๆ

"Thank You" from 1 Member
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!