ระวังยารักษาโรคปวดข้อหลายตัว อาจทำให้หัวใจวายได้

(1/1)

ใบหวาน:
ระวังยารักษาโรคปวดข้อหลายตัว อาจทำให้หัวใจวายได้



ภายหลังจากที่มีข่าว การเพิกถอนตำรับยาที่ใช้รักษาอาการปวดข้อ ไวออกซ์(vioxx) และตามมาด้วยการแนะนำให้เลี่ยงใช้ยาในกลุ่มนี้อีกหลายตัวในคนไข้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ยาในกลุ่มนี้ ที่บางท่านอาจจะได้รับอยู่เช่น ซีรีเบล๊กซ์ โมบิก เบคตร้า ซึ่งเป็นยาใหม่ แพทย์หลายท่านนิยมเนื่องจากไม่ค่อยกัดกระเพราะและสามารถใช้วันละครั้ง


เมื่อวานนี้ กลุ่มทำงานที่เรียกว่า TGA(Therapeutics Goods Administration) ของออสเตรเลีย ก็ออกมากล่าวว่า ยาในกลุ่มที่กล่าวมาทั้งหมด อาจมีความเสี่ยงทำให้คนไข้ เกิดอาการทางด้านระบบหลอดเลือดและหัวใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และอัมพาต

โดยอ้างถึง คณะกรรมการยาของประเทศออสเตรเลีย โดยแถลงยืนยันความเสี่ยงของยาต่อคนไข้ที่มีโรคหัวใจ แม้ว่าจะยังไม่ทราบแน่นอนว่า การรับประทานยาเหล่านี้ นานเท่าไร และปริมาณเท่าไรจึงจะเกิดปัญหา

ทางกลุ่ม TGA ยังแนะนำว่า ไม่ควรรับประทานยาเหล่านี้ติดต่อกันนาน ๆ หรือปริมาณที่มากเกินไป และแนะนำให้ไปตรวจร่างกายกับแพทย์ ในกรณีที่ต้องรับประทานยามากกว่า 1-2 เม็ดต่อวันของ ซีรีเบล็กซ์ และ โมบิก

จนถึงขณะนี้ ทั้งสหรัฐ ยุโรป และออสเตรเลีย มีการแบนการใช้ยาตัวนี้ แต่ในร้านขายยาเมืองไทยยังสามารถซื้อหายาเหล่านี้ได้บ้าง คงต้องฝากเตือนท่านที่กำลังใช้ยานี้อยู่ และแนะนำ กายภาพบำบัด ยาแก้ปวดธรรมดา หรือสมุนไพรบำบัดที่พอช่วยได้



ข้อมูลอื่นๆ   สหรัฐ แบนยาต้านการอักเสบ bextra

หลายท่านอาจเคยทราบข่าว การระงับใช้ยาต้านการอักเสบชื่อ vioxx ในสหรัฐและลามมาบ้านเรา ทำให้ทางบริษัทที่ผลิตต้องระงับการใช้ เนื่องจากมีผลเสียต่อระบบหัวใจ ล่าสุด ยังมียาในกลุ่มนี้ ที่เกี่ยวข้องคือ bextra (ซึ่งแพทย์หลายๆท่านนิยมใช้) ได้ถูกระงับใช้จาก Keiser Permanente เครือข่ายผู้ให้บริการรักษารายใหญ่ในสหรัฐ


ทาง Kaiser ซึ่งมีฐานลูกค้ากว่า 8.5 ล้านคน ได้ให้เหตุผลว่า มีหลักฐานว่า ยาในกลุ่มนี้ ใกล้เคียงกับ vioxx และมีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยที่ยา vioxx ที่ผลิตโดยบริษัท MSD ได้ถอนยาออกจากตลาดแล้ว เหลือยา bextra ที่ผลิตโดย pfizer ยังไม่ได้ถูกระงับ และกำลังเป็นที่นิยมใช้ในแพทย์

โฆษกของ Kaiser กล่าวว่า การระงับใช้ จะมีผลไปประมาณ 6 เดือน หรือจนกระทั่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐ สามารถหาหลักฐานว่าไม่มีผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ

แพทย์หลายท่านของ Kaiser กล่าวว่า จากหลายการทดลอง ที่นำมาศึกษา มีข้อสงสัยว่า bextra อาจมีผลกระทบต่อโรคระบบหลอดเลือดหัวใจเหมือน ๆ กับ vioxx

ย้อนกลับมาดูจะพบความเข้มแข็งของบ้านเรา ที่จะกล้าตัดสินใจแบนยาชนิดหนึ่งชนิดใดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขนาดมีหลักฐานชัดเจน ไม่เหมือนบ้านเขา ที่แม้มีข้อสงสัย ก็ปฏิเสธการใช้ไปก่อน อีกนานกว่า ผู้บริโภคอย่างเราจะได้รับความคุ้มครองอย่างแข็งขันแบบบ้านเขา
 

"Thank You" from 1 Member

Moray:
พี่ผมทาน Viatril อยู่ต้องกลับไปดูซะแล้วว่าอยู่ในกลุ่มนี้อ๊ะเป่า

goldcup:
ผมเป็นคนไม่นิยมทานยาครับ  พยายามจะทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

isara_ph:

ยา Viatril S เป็นยาที่ใช้รักษาโรคข้อเสื่อม ( Ostedarthritis ) โรคข้อเสื่อม

ข้อเสื่อมก็คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนที่ปลายของข้อต่อสึกหรือถูกทำลาย ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cartilage
บทบาทของผิวกระดูกอ่อนก็เพื่อรับแรงกระแทกและมีการเคลื่อนไหวโดยไม่เจ็บไม่ปวด


Viatril S เป็นสาร กลูโคซามีนซัลเฟต ( Glucosamine Sulfate ) มีบทบาทในเรื่องการช่วยหล่อลื่นของข้อต่อกระดูก และช่วยเสริมสร้างการสังเคราะห์สาร mucopolysaccharide ที่เป็นส่วนประกอบพื้นฐานของกระดูกอ่อน ดังนั้นจึงอาจช่วยในกรณีลดการปวดจากข้อเสื่อมได้ และมักใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่น

กลูโคซามีนซัลเฟต ( Glucosamine Sulfate )  สกัดมาจาก กระดองปู กุ้งมังกรและเปลือกกุ้ง ปัจจุบันสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้แล้ว
ในสหรัฐอเมริกา กลูโคซามีนซัลเฟต จะขายเป็นอาหารเสริมไม่เรียกว่าเป็นยา มักจะมีการผสม คอนดรอยตินซันเฟต ( สกัดมาจากหลอดลมของวัว **กระบือ** )
ดังนั้น ในประเทศอเมริกาประชาชนจะไปหาซื้อตามร้านขายยาหรือร้านที่ขายอาหารเสริมมารับประทานโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา เป็นอาหารเสริมที่ขายดีมากในอเมริกา
ในประเทศยุโรป จะเป็นขายเป็นยา เหมือนในประเทศไทย

สรรพคุณของ Viatril S เป็นการเสริมหรือซ่อมแซมกระดูกอ่อนที่บางหรือถูกทำลายจากข้อเสื่อม ผลจึงทำให้อาการปวดเข่าหายไปได้
ยา Viatril S ค่อนข้างปลอดภัย   ยกเว้นคนที่แพ้อาหารทะเลเท่านั้น

การใช้ Viatril-S มีวิธีการให้ดังนี้คือ ชนิดแคปซูลจะทานครั้งละ 2 เม็ด(เม็ดละ 250 mg) วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารอย่างน้อย 15 นาที หรือถ้าเป็นแบบซองควรทานครั้งละ 1 ซอง(มีตัวยา 1500mg) วันละ 1 ครั้ง จะต้องทานยาไปแล้วอย่างน้อย 1 สัปดาห์จึงจะเริ่มเห็นผลของการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นของข้อ และต้องใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์  บางรายอาจหลายเดือน

มีข้อควรระวังในการใช้ยานี้ในผู้ที่จำกัดปริมาณโซเดียมในร่างกายโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะไตผิดปกติ,ความดันสูง ( ตาม DASH diet ได้กำหนดปริมาณโซเดียมในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงว่าควรจำกัดปริมาณโซเดียมในแต่ละวันไม่เกิน 2400mg) เนื่องจากยานี้มีส่วนประกอบที่เป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์ อยู่ถึง 384mg/ตัวยา 1500mg



http://www.bangkokhealth.com/consult_htdoc/Question.asp?GID=49899

kob77kik:
ต้องระวังแล้วสิเรา  >:(

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ