R@nthong.com
29 พฤศจิกายน 2014, 04:28:38 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐีสิงคโปร์ เช่า 50 ล้าน สมเด็จวัดระฆัง  (อ่าน 16473 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
top45
คณะที่ปรึกษาอาวุโส
ผู้จัดการใหญ่
******

คะแนนถูกใจสะสม 7


กระทู้: 8710


« เมื่อ: 19 ตุลาคม 2005, 17:40:39 »

เศรษฐีสิงคโปร์ เช่า 50 ล้าน สมเด็จวัดระฆัง

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 56 ฉบับที่ 17438 วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2548

เมื่อวานนี้ ( 18 ต.ค. ) นายอมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากผลการวิจัยของนิสิตคณะครุศาสตร์ ประกอบด้วย นายเฉลิมลาภ ทองอาจ นายภานุพันธุ์ ประสิทธิคุณาพร น.ส.ปัณรวี วิมลเศรษฐ น.ส.สุวรรณา ตันเจริญ และ น.ส.ภารดี ดวงนภา ในเรื่อง “หักเหลี่ยมพระเครื่อง” โดยผลวิจัยระบุว่า พระเครื่อง แบ่งตามยุคสมัยได้ดังนี้ สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์

นายอมรวิชช์กล่าวว่า พระเครื่องที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้แก่ พระชุดเบญจภาคี ประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง หรือสมเด็จบางขุนพรหม หรือวัดเกศไชโย พระซุ้มกอ จ.กำแพงเพชร พระนางพญา จ.พิษณุโลก พระรอดลำพูน และพระผงสุพรรณ ซึ่งบางองค์อาจจะมีราคาในการเช่าสูงถึงหลายล้านบาท นอกจากนี้ ผลวิจัยยังระบุอีกว่า สำหรับการเช่าพระเครื่องนั้น ปัจจุบันเป็นการซื้อขายเชิงพาณิชย์มากขึ้น กลายเป็นวัตถุนิยม โดยหากเป็นพระที่มีความนิยมในท้องตลาด อาจจะมีราคาสูงถึงเลข 7 หลัก และเมื่อสำรวจแผงและศูนย์เช่าพระเครื่องทั้งประเทศไทย พบว่ามีอยู่กว่า 5,000 แผง โดยใน กทม. มีอยู่ถึง 3,000 กว่าแผง นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังให้ความสนใจในพระเครื่องด้วย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน โดยเฉพาะที่สิงคโปร์มีแผงพระเครื่องอยู่กว่า 300 แผง

อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวด้วยว่า เมื่อสำรวจไปยังหน้าหนังสือพิมพ์ พบว่าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับจะมีกรอบเกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องโดยเฉพาะ และบางฉบับให้พื้นที่พระเครื่องมากกว่าหน้าการศึกษาด้วยซ้ำ จากผลการประมาณการคาดว่า การโฆษณาเกี่ยวกับพระเครื่องตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ จะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ เมื่อสอบถามไปยังเซียนพระ พบว่า ราคาเช่าพระที่สูงสุดในขณะนี้อยู่ที่ 50 ล้านบาท คือพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ โดยนายได ก๊อด วิน เศรษฐีชาวสิงคโปร์ เช่าไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว และเมื่อสอบถามไปยังเซียนพระรายหนึ่ง ซึ่งเปิดแผงพระอยู่บริเวณสวนจตุจักร พบว่ามีรายได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสนใจว่าธุรกิจพระเครื่องไม่มีการหักภาษี จึงอาจจะเป็นช่องทางในการฟอกเงิน โดยที่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้

นายอมรวิชช์กล่าวด้วยว่า จากผลวิจัยยังพบอีกว่า บางทีวัดบางแห่งเข้ามาหาซื้อพระเครื่องในราคาถูก แล้วนำไปประกอบพิธี อาจจะทำให้พระมีราคาสูงจากเดิมที่มีราคา 5-6 บาท สูงขึ้นเป็นองค์ละ 100-200 บาท อีกทั้งในปัจจุบันยังมีกลวิธีในการทำให้ราคาพระสูงขึ้นโดยปล่อยข่าวว่ากรุแต ก ซึ่งจะมาจากพระฮั้วกับเซียนพระ โดยมีเซียนพระเป็นคนปล่อยข่าว

ด้าน นายราม วัชรประดิษฐ์ อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร สุดยอดแฟนพันธุ์แท้พระเครื่องปี 2543 กล่าวว่า ยอมรับว่ามีวิธีการปั่นราคาพระเครื่องจริง โดยมีวิธีการคือใช้หน้าม้ามาเช่าพระต่อๆกัน ทำให้คนอื่นๆเกิดความสนใจ ส่งผลให้ราคาพระเครื่องสูงขึ้นภายในเวลาไม่นาน เท่าที่เคยเจอมา พระเครื่องจากวัดแห่งหนึ่ง ราคาเช่าจากวัดแค่ 3,000 บาท แต่ใช้วิธีนี้ปั่นราคาจนสูงถึง 50,000 บาท และอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาพระสูงขึ้น มาจากสื่อโฆษณาที่สร้างกระแส ทำให้ราคาพระมีราคาที่สูงขึ้นเกินจริง แต่จะทำได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะหากพระไม่เป็นที่นิยมราคาจะตกลงมา ส่วนวิธีการปั่นราคาพระโดยการปล่อยข่าวว่ากรุแตกนั้น ในปัจจุบันจะพบได้น้อย ที่มีข่าวออกมาส่วนใหญ่จะเป็นพระเครื่องใหม่ เนื่องมาจากพระต้องการหาเงินเข้าวัด แต่อยากให้สังเกตง่ายๆ หากพระที่พบในกรุเป็นพระเก่าจริงจะมีจำนวนไม่มาก แต่ถ้าเป็นพระใหม่ที่ทำหลอกขึ้นมาจะมีออกมาอยู่ตลอด


http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/page1/oct/19/p1_3.php

 Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin Grin
"Thank You" from 1 Member
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!