R@nthong.com
23 กรกฎาคม 2014, 06:37:16 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อีกครั้งค่ะ ... บทสวดมนต์ บาลี ไทย อังกฤษ และคำแปล  (อ่าน 7171 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:42:40 »





หลังจากที่เคยรวบรวม....คำแปล บทสวดมนต์ ในกระทู้ http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=28125.0   มาแล้วครั้งนึง ก็มีเพื่อนที่แต่งงานไปอยู่ต่างประเทศ เรียกร้องอยากได้ " อะไรก็ได้ " ที่สามารถอธิบายเรื่องของพุทธศาสนาเพื่อนๆชาวต่างชาติเข้าใจได้ด้วย ว่า เราชาวพุทธ ทำอะไรกัน สวด ภาวนาอะไรกัน ก็เลยต้องค้นหากันอีกที จนมีโอกาสได้ไปเจอเวปนี้ค่ะ http://www.thailandqa.com/forum/showthread.php?32134-Chanting-Pali-Thai-English-and-translation  ซึ่งได้เมตตามาโพสต์ไว้ เลยเก็บมาฝากค่ะ
"Thank You" from 1 Member
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 เมษายน 2013, 16:48:04 โดย koonpatt » บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #1 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:45:38 »

มนัสการพระรัตนตรัย (Ratanattaya Vandana) – Salutation to the Triple Gem

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะควันตัง อะภิวาเทมิ
(พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)

Araham sammā-sambuddho bhagavā Buddham bhagavantam abhivādemi

The Lord, the Perfectly Enlightened and Blessed One, I pay homage to the Buddha, the Awakened One, the Blessed One.

กราบ (prostrate once)

...............................................

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ
(พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม)

Svākkhāto bhagavatā dhammo Dhammam namassāmi
The Teaching, well expounded by the Blessed One, I pay homage to the Dhamma.

กราบ (prostrate once)

...............................................

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ
(พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์)

Supatipanno bhagavato sāvakasańgho Sańgham namāmi
The Sangha, the Blessed One's disciples have practiced well, I pay homage to the Sangha.

กราบ (prostrate once)
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #2 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:47:55 »

นมัสการพระพุทธเจ้า (Buddhābhivādanā) – Homage to the Buddha

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)
(ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

Namo Tassa Bhagavato Arahato Sammā Sambuddhassa (repeat three times)

Homage to the Blessed One, the Worthy One, the Perfectly Self-awakened One

.......................................................

บทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ (บทอิติปิโส – Itipiso)
Recollection of the Buddha, the Dhamma, and the Sangha

บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ (พุทธานุสติ) – Recollection of the Buddha
เป็นการสวดเพื่อระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า 9 ประการ – 9 Attributes of the Buddha

อิติปิ โส ภะคะวา - (เพราะเหตุอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น)
Itipiso bhagavā - He is the Blessed One,

1. อะระหัง - (เป็นผู้ไกลจากกิเลส)
araham - a Worthy One, a person whose mind is free from all defilements,

2. สัมมาสัมพุทโธ - (เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง)
sammā-sambuddho - the Perfectly Self-awakened One,

3. วิชชาจะระณะสัมปันโน - (เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา - ความรู้แจ้ง และจรณะ - ความประพฤติดี)
Vijjā-carana-sampanno - impeccable in knowledge and conduct, accomplished in the conduct leading to awareness or cognitive skill,

4. สุคะโต - (เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี)
Sugato - well-being, going (or gone) to a good destination, the Accomplished One,

5. โลกะวิทู - (เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง)
Lokavidū - the Knower of the Worlds,

6. อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ - (เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า)
Anuttaro purisa-damma-sārathi – the Supreme Trainer of those wishing to be trained,

7. สัตถาเทวะมนุสสานัง - (เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย)
satthā deva-manussānam - the Teacher of divine and human beings,

8. พุทโธ - (เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม)
Buddho - the Awakened One, Enlightened and Holy,

9. ภะคะวาติ. - (เป็นผู้มีความเจริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้)
Bhagavāti – the Blessed One.

กราบ (prostrate once)
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #3 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:50:58 »

บทสรรเสริญ พระธรรมคุณ (ธัมมานุสติ) – Recollection of the Dhamma (Doctrine)
เป็นการสวดเพื่อระลึกถึงคุณของพระธรรม 6 ประการ – 6 Attributes of Dhamma

1. สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม - (พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว)
Svākkhāto bhagavatā dhammo - Dhamma is well expounded by the Blessed One,

2. สันทิฏฐิโก - (เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง)
Sanditthiko - self-evident, immediately apparent, immanent here and now,

3. อะกาลิโก - (เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล)
akāliko – timeless, unconditioned by time or season,

4. เอหิปัสสิโก - (เป็นสิ่งที่ควรกล่าวแก่ผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด)
Ehipassiko - inviting everybody to come and see to experience results of the Teachings,

5. โอปะนะยิโก - (เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว)
Opanayiko - leading inwards, peace within mind, to Nippana

6. ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญู***ติ - (เป็นสิ่งที่ผู้รู้ พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้ ฯ)
paccattam veditabbo vinnuhiti - can be attained individually by the wise.

กราบ (prostrate once)
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #4 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:52:08 »

บทสรรเสริญ พระสังฆคุณ (สังฆานุสติ) – Recollection of the Sangha
เป็นการสวดเพื่อระลึกถึงคุณของพระอริยสงฆ์ 9 ประการ – 9 Attributes of the Sangha

1. สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว)
Supatipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced well,

2. อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว)
Uju-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced straight,

3. ญายะปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว)
Nāya-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced insightfully,

4. สามีจิปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว)
Sāmīci-patipanno bhagavato sāvaka-sangho,
The Sangha, the Blessed One's disciples who have practiced with integrity,

ยะทิทัง - (ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ)
Yadidam - That is

จัตตาริ ปุริสสะ ยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา - (คู่แห่งบุรุษสี่คู่ นับเรียงตัวได้แปดบุรุษ - อริยบุคคล Cool
บุรุษ หมายถึง ผู้ฟังและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจนสามารถละกิ เลสเป็นพระอริยบุคคลชั้นใดชั้นหนึ่งใน 8 ชั้น หรือ 4 คู่ คือ
โสดาปัตติมรรค – โสดาปัตติผล,
สกทาคามิมรรค - สกทาคามิผล,
อนาคามิมรรค - อนาคามิผล,
อรหัตตมรรค - อรหัตตผล

cattāri purisa-yugāni attha purisa-puggalā:
The four pairs, the eight kinds of noble beings;
sotapanna (stream-enterer) - (1) the path to stream-entry; (2) the fruition of stream-entry
sakadakami (once-returner) - (3) the path to once-returning ; (4) the fruition of once-returning
anagami (non-returner) - (5) the path to non-returning ; (6) the fruition of non-returning
arahant (worthy one) - (7) the path to arahantship ; (Cool the fruition of arahantship

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - (นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า)
Esa bhagavato sāvaka-sangho — these are the Blessed One's disciples, the Sangha,

5. อาหุเนยโย - (เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา)
Āhuneyyo - worthy of gifts,

6. ปาหุเนยโย - (เป็นผู้ควรแก่สักการะที่จัดไว้ต้อนรับ)
Pāhuneyyo - worthy of hospitality,

7. ทักขิเนยโย - (เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน)
Dakkhineyyo - worthy of offerings,

8. อัญชะลีกะระนีโย - (เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี)
Anjali-karanīyo - worthy of respect,

9.อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสาติ – (เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้)
Anuttaram punnakkhettam lokassāti. - the supreme field of merit for the world.

กราบ (prostrate once)
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #5 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:57:40 »

ไตรสรณคมน์ (Tisarana) - The Three Refuges usually recited prior the Five Precepts.

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Buddham saranam gacchami - I go to the Buddha for refuge.

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Dhammam saranam gacchami - I go to the Dhamma for refuge.

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Sangham saranam gacchami - I go to the Sangha for refuge.


ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Buddham saranam gacchami - For a second time, I go to the Buddha for refuge.

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Dhammam saranam gacchami - For a second time, I go to the Dhamma for refuge.

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Sangham saranam gacchami - For a second time, I go to the Sangha for refuge.


ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Buddham saranam gacchami - For a third time, I go to the Buddha for refuge.

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Dhammam saranam gacchami - For a third time, I go to the Dhamma for refuge.

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Sangham saranam gacchami - For a third time, I go to the Sangha for refuge
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #6 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 21:59:38 »

ศีล 5 (panca-sila) - The Five Precepts

1. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ - (เว้นจากทำลายชีวิต)
Panatipata veramani sikkhapadam samadiyami
I undertake the precept to refrain from destroying living beings, prohibits killing, hurting and torturing.

2. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ - (เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้)
Adinnadana veramani sikkhapadam samadiyami
I undertake the precept to refrain from taking that which is not given, stealing, actions supporting stealing.

3. กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ - (เว้นจากประพฤติผิดในกาม)
Kamesu micchacara veramani sikkhapadam samadiyami
I undertake the precept to refrain from sexual misconduct, infidelity in marriage life.

4. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ - (เว้นจากพูดเท็จ)
Musavada veramani sikkhapadam samadiyami
I undertake the precept to refrain from false speech, lies.

5. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ - (เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท)
Suramerayamajja pamadatthana veramani sikkhapadam samadiyami
I undertake the precept to refrain from intoxicating drinks and drugs which lead to carelessness.
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #7 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 22:19:11 »

อาราธนาศีล 5 (Aradhana Tisarana PancaSila) – Request for the Three Refuges and the Five Precepts from Bhikku.

(Individual request: change Mayam to Aham, and Yaacaama to Yaacaami)

มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
(ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ เพื่อจะรักษาไว้ทีละข้อ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย)

Mayam (Aham) bhante, ti-saranena saha panca sīlāni yācāma (yācāmi).

Venerable Sir, we (I) request the Three Refuges and the Five Precepts.
May we (I), Venerable Sir, observe the Five Precepts together with the Three Refuges.


ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
(แม้ครั้งที่สอง ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ เพื่อจะรักษาไว้ทีละข้อ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย)

Dutiyampi mayam bhante, ti-saranena saha panca sīlāni yācāma

Venerable Sir, for the second time, we request the Three Refuges and the Five Precepts
For the second time, May we, O Venerable Sir, observe the Five Precepts together with the Three Refuges.


ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ
(แม้ครั้งที่สาม ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ ข้อ เพื่อจะรักษาไว้ที่ละข้อๆ พร้อมทั้งพระรัตนตรัย)

Tatiyampi mayam bhante, ti-saranena saha panca sīlāni yācāma

Venerable Sir, for the third time, we request the Three Refuges and the Five Precepts
For the third time, May we, O Venerable Sir, observe the Five Precepts together with the Three Refuges.


Repeat after Bhikku 3 times:

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
(ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

Namo Tassa Bhagavato Arahato Sammā Sambuddhassa (repeat three times)

Homage to the Blessed One, the Worthy One, the Rightly Self-Awakened One


Repeat after Bhikku:

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Buddham saranam gacchami - I go to the Buddha for refuge.

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Dhammam saranam gacchami - I go to the Dhamma for refuge.

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
Sangham saranam gacchami - I go to the Sangha for refuge.


ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Buddham saranam gacchami - For a second time, I go to the Buddha for refuge.

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Dhammam saranam gacchami - For a second time, I go to the Dhamma for refuge.

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สอง)
Dutiyampi Sangham saranam gacchami - For a second time, I go to the Sangha for refuge.


ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Buddham saranam gacchami - For a third time, I go to the Buddha for refuge.

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระธรรม เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Dhammam saranam gacchami - For a third time, I go to the Dhamma for refuge.

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ - (ข้าพเจ้าขอถือเอา พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึกเป็นครั้งที่สาม)
Tatiyampi Sangham saranam gacchami - For a third time, I go to the Sangha for refuge

Bhikku:

ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง - (ไตรสรณคมน์ (พิธี)การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก) จบแล้ว)
Ti-sarana-gamanam nitthitam. - This ends the going for refuge.

All:

อามะ ภันเต - ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
Āma bhante. - Yes, Venerable Sir.
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #8 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 22:24:47 »

คำสมาทานศีล 5 – Acceptance of the Five Precepts, repeat each precept after Bhikku:

1. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการฆ่า การเบียดเบียน การทำร้ายร่างกายคนและสัตว์
แล้วมีจิตใจประกอบด้วยเมตตากรุณา มีความปรารถนาดี และสงสารเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสัตว์อื่น)

Pānātipātā veramanī sikkhā-padam samādiyāmi

I undertake the training rule to refrain from taking life.


2. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้ าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมยหรือโจร อันได้แก่ ลัก ฉก ชิง วิ่งราว ขู่กรรโชก ขู่เข็ญ ปล้น จี้ ตู่ ฉ้อโกง หลอก ลวง ปลอม ตระบัด เบียดบัง สับเปลี่ยน ลักลอบ ยักยอก และรับสินบน
แล้วเป็นผู้มีความขยันประกอบสัมมาชีพ บริจาคทาน และเคารพในกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้อื่น)

Adinnādānā veramanī sikkhā-padam samādiyāmi

I undertake the training rule to refrain from stealing.


3. กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้น เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

Kāmesu micchācārā veramanī sikkhā-padam samādiyāmi

I undertake the training rule to refrain from sexual misconduct.


4. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากมุสาวาท เว้นจากการพูดเท็จ คำไม่เป็นจริง และคำล่อลวง อำพรางผู้อื่น)

Musāvādā veramanī sikkhā-padam samādiyāmi

I undertake the training rule to refrain from telling lies.


5. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นจากการดื่มน้ำเมาอันเป็นที ่ตั้งแห่งความประมาท อันได้แก่ น้ำสุรา เมรัย เครื่องดื่มมึนเมาอื่น ๆ และการเสพยาเสพติดอื่นๆ เช่น ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า ฯลฯ)

Surā-meraya-majja-pamādatthānā veramanī sikkhā-padam samādiyāmi

I undertake the training rule to refrain from intoxicating liquors and drugs that lead to carelessness.


Bhikku:

อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ
Imāni panca sikkhā-padāni: - These are the five training rules.

สีเลนะ สุคะติง ยันติ – (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ถึงความสุข)
Sīlena sugatim yanti. - Through Precepts people go for happiness.

สีเลนะ โภคะสัมปะทา - (ศีล นั้นจักเป็นเหตุให้ได้มาซึ่ง โภคทรัพย์)
Sīlena bhoga-sampadā. - Through Precepts people go for good fortune.

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ - (และศีลนั้นยัง จะเป็นเหตุให้ได้ไปถึง นิพพาน คือความดับเย็นจากกิเลศ เครื่องเศร้าหมอง ทั้งปวง)
Sīlena nibbutim yanti. - Through Precepts people attain the extinction of passion.

ตัสฺมา สีลัง วิโสธะเย - (ศีล จึงเป็นสิ่งที่วิเศษนักที่เธอทั้งหลายพึงยึดถือเป็นห ลัก ประจำชีวิต ประจำจิตใจ ปฏิบัติ ให้ได้ ดังนี้ แล)
Tasmā sīlam visodhaye. - Therefore let they purify their Precepts.

All:

สาธุ ภันเต - ดีแล้ว ชอบแล้ว ท่านผู้เจริญ
Sadhu bhante - Well said, Venerable sir

กราบ 3 ครั้ง (prostrate 3 times)
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #9 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 22:28:00 »

คาถาแผ่ส่วนกุศล (Pattidana) - Transference of Merits

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข)
Idang me mātāpitūnang hotu sukhitā hontu mātāpitaro
May this merit share with my parents, may they be happy

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข)
Idang me nātinang hotu sukhitā hontu nātayo
May this merit share with my relatives, may they be happy

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพ เจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข)
Idang me gurū-pajjhāyā cariyānang hotu sukhitā hontu gurū-pajjhāyā cariyā
May this merit share with my teachers and preceptors, may they be happy

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)
Idang sabba devānang hotu sukhitā hontu sabbe devā
May this merit share with all divide beings, may they be happy

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)
Idang sabba petānang hotu sukhitā hontu sabbe petā
May this merit share with all hungry ghosts, may they be happy

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้ง ปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)
Idang sabba verīnang hotu sukhitā hontu sabbe verī
May this merit share with all enemies, may they be happy

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ)
Idang sabba sattānang hotu sukhitā hontu sabbe sattā
May this merit share with all beings, may they be happy

………………………………………………………………………..

กรวดน้ำย่อ (Patti Dāna) - Transference of Merits to Departed Relatives

อิทัง เม ญาตินัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

(ขอผลบุญกุศลนี้จงสำเร็จประโยชน์แก่ญาติทั้งหลายของข ้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด)

Idam me nātinam hotu-sukhitā hontu nātayo

May my relatives share these merits and may they be happy

……………………………………………………………………….

คาถาแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย (Mettā bhāvanā) - spreading loving kindness to all beings

สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ – (สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด)
Sabbe sattā Sukhī hontu - May all beings subject to birth, aging, illness, and death, be happy.

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ – จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
Sabbe sattā Averā hontu – May all beings be free from enmity, ill-will,

สัพเพ สัตตา อัพพะยาปัชฌา โหนตุ – (จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย)
Sabbe sattā Abbayā pajjhā hontu – May all beings be free from exploiting each other,

สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ – (จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย)
Sabbe sattā Anīghā hontu – May all beings be free from physical and mental sufferings,

สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ – (จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ)
Sabbe sattā Sukhī attānang pariha-rantu - May all beings live in peace and happily, free from all sufferings and dangers.

………………………………………………….

คาถาแผ่เมตตาตนเอง – loving kindness to oneself

อะหัง สุขิโต โหมิ – (ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข)
Aham Sukhito homi - May I be happy

อะหัง นิททุกโข โหมิ – (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์)
Aham Niddukkho homi - May I be free from sufferings,

อะหัง อะเวโร โหมิ – (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร)
Aham Avero homi - May I be free from enmity,

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ – (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง)
Aham Abyapajjho homi - May I be free from obstacles and dangers,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ - (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด)
Sukhi attanam pariharami - May I live in peace and happily, free from all sufferings and dangers.
บันทึกการเข้า
koonpatt
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 219



« ตอบ #10 เมื่อ: 13 เมษายน 2013, 22:29:58 »

พุทธชัยมงคลคาถา or บทพาหุง (Bahum) - . Jayamangala Gāthā (the eight victories and blessing)

Chant for others, change ‘me (เม) – I’ to ‘te (เต) – You’

1. พาหุง สะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
Bāhung sahassa mabhi nimmita sāvu dhantang

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง
Gīri mekhalang udita ghora sasena mārang

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
Dānādi-dhammavidhinā jitavā munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม (เต) ชะยะมังคลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me (te) jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี (นักปราชญ์, ฤษี, พระสงฆ์) ได้ทรงชนะพระยามารผู้ซึ่งเนรมิตแขนมากตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ มาพร้อมกับเหล่าเสนามารซึ่งโห่ร้องกึกก้อง ด้วยธรรมวิธีอธิษฐานถึงทานบารมี เป็นต้นนั้น

Mara, the devil, creating form of thousand arms with weapon, on the elephant named ‘Girimekhala’, together with his evil troops roared frightfully.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis (sage, ascetic, Buddhist preist) conquered Mara by a perfection of generosity (dana) and so on.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


2. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะ สัพพะรัตติง
Mārāti reka mabhi yujjhita sabba ratting

โฆรัมปะนา ฬะวะกะมักขะ มะถัทธะยักขัง
Ghorang panā-lavaka makkha mathaddha yakkhang

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
Khantī sudanta vidhinā jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me (te) jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ได้เอาชนะยักษ์ชื่อ อาฬวกะ ผู้มีจิตหยาบกระด้าง ผู้ไม่มีความอดทน มีความพิลึกน่ากลัวกว่าพระยามาร ซึ่งได้เข้ามาต่อสู้อย่างยิ่งยวดจนตลอดคืนยันรุ่ง ด้วยวิธีทรมานอันดี คือ ขันติ ความอดทน

The yaksa or demon named ‘Alavaka’, obstinate, arrogant, impatient, and more frightening than Mara, battled with the Buddha whole night.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the yaksa by his patience (khanti).

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


3. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
Nālāgiring gaja varang ati matta bhūtang

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
Dāvaggi cakka masanīva sudāru nantang

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
Mettambu seka vidhinā jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ได้เอาชนะช้างตัวประเสริฐ ชื่อ นาฬาคิรี ที่กำลังเมามันยิ่งนัก และแสนจะดุร้าย ประดุจไฟป่าและจักราวุธและสายฟ้า ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ ความมีพระทัยเมตตา

The elephant named ‘Nalagiri’, maddened, very cruel like a forest fire, a wheeled-weapon, and a thunderbolt.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the elephant by metta (good will, loving kindness).

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


4. อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
Ukkhitta khagga matihattha sudāru nantang

ธาวันติโยชะนะปะถัง คุลิมาละวันตัง
Dhāvang ti yojana pathangulimāla vantang

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
Iddhībhi sankhata mano jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ จึงได้เอาชนะโจรชื่อ องคุลิมาล ผู้แสนจะดุร้าย มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นระยะทาง ๓ โยชน์

The bandit named ‘Angulimala’, very cruel, with his sword, ran towards the Buddha for a distance of 3 yojanas.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the bandit by mind marvel through supernatural powers.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


5. กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
Katvāna kattha mudarang iva gabbhi nīyā

จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
Cincāya duttha vacanang janakāya majjhe

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
Santena somavidhinā jitavā munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ได้เอาชนะคำกล่าวใส่ร้ายของ นางจิญจมาณวิกา ซึ่งทำอาการเหมือนดั่งตั้งครรภ์ เพราะเอาท่อนไม้กลมผูกไว้ที่หน้าท้อง ด้วยวิธีทรงสมาธิอันงาม คือ ความกระทำพระทัยให้ตั้งมั่นนิ่งเฉย ในท่ามกลางหมู่ชน

The woman named ‘Cinca’ who tied her belly with round wood, acted like a pregnant woman and made foul accusation with harsh words towards the Buddha in the midst of people.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the false accusation of this woman by serene and peaceful mean.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


6. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
Saccang vihāya matisaccaka vāda ketung

วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
Vādā bhiropita manang ati andha-bhūtang

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
Pannā padīpa jalito jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ผู้รุ่งเรืองด้วยแสงสว่าง คือ ปัญญา ได้เอาชนะ สัจจกะนิครนถ์ ผู้มีความคิดมุ่งหมายในอันจะละทิ้งความสัตย์ มีใจคิดจะยกถ้อยคำของตนให้สูงประดุจยกธง มีนิสัยตลบตะแลง มีสันดานโอ้อวด มีใจมืดมนยิ่งนัก ด้วยการแสดงเทศนาให้ถูกใจ

Saccaka who ignored the truth, pretended to be a learner, delighted in argument with his mind completely blind.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the debater by the wisdom, the light of discernment.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


7. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
Nano-pananda bhujagang vibudhang mahiddhing

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
Puttena thera bhujagena damapayanto

อิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท
Iddhūpadesa vidhinā jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิฯ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ได้เอาชนะพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีโปรดให้พระโมคคัลลานเถระพุทธชิโนรส แสดงฤทธิ์เนรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาค ชื่อ นันโทปนันทะ นั้น

The king of nagas named ‘Nandopananda’, powerful serpent with wrong views.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered the naga by sending Moggallana to tame this serpent through psychic powers.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


8. ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
Duggāha ditthi bhujagena sudattha hatthang

พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง
Brahmang visuddhi juti middha bakā bhidhānang

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
Nānā gadena vidhinā jitavā Munindo

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ
Tang tejasā bhavatu me jaya mangalāni

ด้วยเดชานุภาพของสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนี ได้เอาชนะพระพรหมผู้มีนามว่า ท้าวผกาพรหม ผู้มีฤทธิ์ คิดว่าตนเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ ผู้ถูกพญานาครัดมือไว้แน่น เพราะมีจิตคิดถือเอาความเห็นผิด ด้วยวิธีวางยา คือ ทรงแสดงเทศนาให้ถูกใจ

The powerful brahma named ‘Baka’, thought of himself as pure, delight one, his hands tied tightly by serpent because of wrong views.

By the power of the Buddha, the Lord of Munis conquered this brahma by his words of knowledge.

ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ
By the power of glorious triumph, may the victory blessings be mine.


เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
Etā pi Buddha jaya mangala attha gāthā

โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
Yo vācano dina dine sarate matandi

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
Hitvāna neka vividhāni c’upaddavāni

โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ
Mokkhang sukhang adhi gameyya naro sapanno

บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพระพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเส ียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันบรมสุข นั้นแลฯ

The wise one, without laziness, recites and recollects these eight auspicious victories every day, all kinds of misfortunes, obstacles, and dangers will be destroyed, and will attain the bliss of Nibbana.
………………………………………………….

After reciting the verses of Jayamangala Gāthā, always followed by Jaya Gāthā (victory protection) or บทมหากา (มหาการุณิโก)

มหาการุณิโก นาโถ - สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมห ากรุณา
Mahā kāruniko nātho – the Buddha, the refuge of all beings, with great compassion

หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา - ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์
hitāya sabba pāninang pūretvā pārami sabbā – He fulfilled all the perfections for the welfare of all beings,

ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง – ถึงแล้วซึ่งความตรัสรู้อันอุดม
patto sambodhi muttamang – He attained the enlightenment,

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ - ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้
Etena sacca vajena – by saying of this truth,

โหตุ เม (เต) ชะยะมังคะลังฯ - ขอชัยมงคลจงมีแด่ข้าพเจ้า (ท่าน)
hotu me (te) jaya mangalang – may all victory blessings be mine (you).

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน
Jayanto bodhiyā mūle sakyānang nandi vaddhana

เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
Evang tvang vijayo hohi jayassu jaya mangale

อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
Aparā jita pallanke sīse patha vipokkhare

อะภิเสเก สัพพะ พุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติฯ
Abiseke sabba buddhānang aggappatto pamodati

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันสูงสุด ณ โบกขรปฐพี (โบกขร – ใบบัว or lotus leaf, ปฐพี – ดิน, โลก or ground, earth) ทรงเพิ่มพูนความยินดีแก่เหล่าประยูรญาติศากยวงศฉะนั้ น

The victory, defeating Mara at the foot of the Bodhi tree, he attained the accomplished one, rejoiced above the highest throne at the lotus leaf of the world, increased delight of the Sakyans, may all victory blessings be mine.


สุนักขัตตัง สุมังคะลัง - เวลาที่ประพฤติชอบชื่อว่า ฤกษ์ดี มงคลดี
Sunak khattang sumangalang – the time of good deeds: auspicious time

สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง - สว่างดี รุ่งดี
Supa-bhātang suhut-thitang – bright, lucky dawn

สุขะโณ สุมุหุตโต จะ - และขณะดี ครู่ดี
Sukhano sumuhutto ca – and lucky moment

สุยิฏฐัง พรัหมะ จาริสุ - บูชาดีแล้วในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย
Suyitthang brahmma cārīsu – right worship

ปะทักขิณัง กายะกัมมัง - กายกรรมอันเป็นกุศล
Padak-khinang kāya kammang – auspicious bodily acts

วาจากัมมัง ปะทักขิณัง - วจีกรรมอันเป็นกุศล
Vācā kammang padak-khinang – auspicious speech

ปะทักขิณัง มโนกัมมัง - มโนกรรมอันเป็นกุศล
Padak-khinang mano kammang – auspicious mind

ปะณิธี เต ปะทักขิณา - ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล
Panidhī te padak-khinā – auspicious intentions

ปะทักขิณานิ กัตวานะ - ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล
Padak-khināni katvāna – for those who perform auspicious deeds

ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ - ย่อมประสบประโยชน์และความสุข
Labhang-tatthe pada-khine – always obtain benefits and happiness.

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม (เต) - ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

Bhavatu sabba mangalang-rakkhantu sabba devatā sabba Buddhānu bhāvena-sadā sotthī bhavantu me, - May all auspicious things be mine, may I (you) be protected by all devas, with the power of the Bhudda, may all blessings be mine (you).


ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม* - ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

Bhavantu sabba mangalang-rakkhantu sabba devatā sabba Dhammānu bhāvena-sadā sotthī bhavantu me, - May all auspicious things be mine, may I be protected by all devas, with the power of the Dhamma, may all blessings be mine.


ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆา นุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม* - ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

Bhavatu sabba mangalang-rakkhantu sabba devatā sabba Sanghānu bhāvena-sadā sotthī bhavantu me. - May all auspicious things be mine, may I be protected by all devas, with the power of the Sangha, may all blessings be mine.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!