คติพจน์ของขงจื๊อ

(1/1)

๑๑๑หนึ่ง๑๑๑ ?:
ขงจื๊อเป็นยอดนักปราชญ์ (Sage) ของจีนในสมัยชุนชิว (ประมาณ 2,500 ปี) ประวัติศาสตร์จีนจารึกไว้ว่ายอดนักปราชญ์ของจีนมีเพียงคนเดียว ขงจื๊อมีมันสมองฉลาดปราดเปรื่อง หัวใจแห่งคติพจน์หรือคำสอนของขงจื๊อคือ เมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี ภาษาจีน ? อ่านว่า เหยิน ภาษาอังกฤษ Kindness คำว่าเหยินถ้าใช้ควบกับอักษรตัวอื่นก็จะมีความหมายอีกหน้าตาหนึ่ง เช่น ?? (กั่วเหยิน) ตัวแรกแปลว่าผลไม้ ตัวที่สองแปลว่าเมล็ด รวมแล้วแปลว่าเมล็ดของผลไม้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องไปเลย

ในเรื่องเบญจคุณธรรมของซูนวูก็มีคำว่า ? (เหยิน) เช่นกัน ซูนวูมีเจตนามุ่งเน้นไปในทางการทหาร ส่วนขงจื๊อเน้นการสอนทั่วๆ ไป เหมือนยาหม่องตราเสือสมัยก่อนใช้ได้ทุกโรค แต่มีเจตนาเดียวกัน คือ สอนให้คนมีใจรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว อย่าหาดีใส่ตัวหาชั่วใส่เขา คำสอนของขงจื๊อ จะมุ่งไปในด้านสังคม สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวงการธุรกิจ การเมือง การปกครอง ใช้เป็นแนวทางในการอบรมบุตรหลานเป็นต้น ยุคต่อมาได้รับการสนับสนุนใช้กันเป็น Concept ของปัญญาชน และต่อมาขงจื๊อก็ได้รับการยกย่องและเคารพให้เป็นปูชนียบุคคลแห่งวงการศึกษา สถานศึกษาได้นำมาใช้สอนนักเรียน โดยเฉพาะที่ไต้หวันได้ใช้เป็นหลักสูตรบังคับ นักเรียนทุกคนต้องเรียนคติพจน์ของขงจื๊อ วิชาอื่นสอบผ่าน แต่หลักสูตรขงจื๊อสอบตก ก็ยังผ่านไม่ได้

ขงจื๊อสอนว่า จับปลาให้ใช้เบ็ดตกเอาทีละตัวอย่าใช้แห ยิงนกให้ยิงนกที่กำลังบินอย่ายิงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ เหตุผลก็คือ ถ้าใช้แหจับปลาจะได้เยอะ ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งที่มีชีวิตไปมาก ยิงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ โอกาสได้นกสูงมาก ก็เป็นการทำลายชีวิตของนกมากเช่นกัน

สมัยเป็นเด็ก ขงจื๊อเติบโตในครอบครัวที่ยากจน เขาได้เรียนรู้ถึงวิธีการดำรงชีวิต การยิงนกตกปลาถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวในการดำรงชีวิตประจำวันของเขา และมีความจำเป็นจะต้องปฏิบัติ เพราะต้องใช้นกและปลาเป็นอาหาร แต่ขงจื๊อก็ทำเท่าที่จำเป็น โดยไม่ละโมบโลภมากเห็นแก่ตัว คนจีนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดนักกิน ไม่ว่าบนบกในน้ำบนท้องฟ้ามีอะไรที่กินได้จับกินหมด แต่ขงจื๊อไม่ใช่เป็นเช่นนั้น รับประทานเท่าที่จำเป็นเพียงเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดเท่านั้น จะเห็นได้จากการที่จับปลาใช้วิธีตกเอาทีละตัว ยิงนกก็ยิงทีละตัว นี่ย่อมแสดงว่าขงจื๊อไม่เพียงแต่รักชีวิตมนุษย์ ยังมีจิตใจรักสัตว์และสิ่งที่มีชีวิตอีกด้วย ย่อมเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คนที่เป็นยอดนักปราชญ์อย่างขงจื๊อมีจิตใจรักเพื่อนมนุษย์และสิ่งที่มีชีวิตดุจมารดารักบุตรฉะนั้น

นักเขียนศตวรรษที่ 19 ของอเมริกาชื่อ Henry David Thoreau ได้กล่าวว่า มารดาใช้ชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยงเพื่อปกป้องและช่วยเหลือบุตรฉันใด ทุกคนก็ต้องปกปักษ์รักษาไว้ซึ่งความรักแห่งชีวิตทั้งหลายที่มีอยู่ในจิตใจของตนฉันนั้น และหลักแห่งสัจธรรมได้บอกเราว่าถ้าเรารักผู้อื่น ผู้อื่นก็รักเราเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามถ้าเราไม่รักใครเลยแล้วใครจะรักเรา สอดคล้องกับคำสอนของขงจื๊อด้วยแล้วทุกประการ

เรื่องความเมตตาก็ได้บรรจุอยู่ในพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา หมายถึงความรักและเอ็นดูเพื่อปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้รับความสุขนั่นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับคำสอนของขงจื๊อเช่นกัน ดังนั้นจึงขอให้เพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกันรักกันไว้เถิด

เรื่อง : ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช Chayanand1@hotmail.com

"Thank You" from 1 Member

top45:
เหมือนพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวเลย คือ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ครับ

เด็กน้อยตัวแสบ:
เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ