ตุ๊กตุ๊กผจญภัย รถรับจ้างไทยโดนใจฝรั่ง

(1/1)

กบนอกกะลา:

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดของเมืองหลวง นอกจากบนถนนจะมีมอเตอร์ไซค์ที่ขี่กันอย่างฉวัดเฉวียนแล้ว ภาพของรถสามล้อเครื่องสัญชาติไทย ที่พยายามปาดซ้ายปาดขวาก็เป็นอีกภาพซึ่งเราเห็นกันจนคุ้นตา
       
       บางครั้งก็ดูอันตรายเกินกว่าคนใจไม่ถึงอย่างเราๆ จะเสี่ยงไปใช้บริการ
       
       แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะผลการสำรวจของเว็บไซต์ hotels.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวชื่อดัง จะออกมาเปิดเผยว่า รถตุ๊กตุ๊ก ของไทย เป็นแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากแท็กซี่ในกรุงลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว และเบอร์ลินตามลำดับ
       
       คนไทยที่คุ้นชินกับตุ๊กตุ๊ก อย่างเราคงจะสงสัยว่า เจ้าตุ๊กตุ๊ก 3 ล้อนี้มันมีดีตรงไหน และเหตุใดมันถึงครองใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้อยู่หมัดขนาดนั้น
       
       รู้จักตุ๊กตุ๊กไทย
       
       
       จริงๆ แล้วรถที่เราเรียกว่าตุ๊กตุ๊กนั้น มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘รถสามล้อเครื่อง’ โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น รถตุ๊กตุ๊ก เป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยนำเข้ามาในปี 2503 เพื่อนำมาทดแทนรถสามล้อถีบ ที่ถูกห้ามวิ่งบริเวณพื้นที่ กทม. ในสมัยนั้น (ที่ญี่ปุ่นเองก็เพิ่งมีการผลิตรถชนิดนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2500 เท่านั้นเอง)
       
       รถล็อตแรกที่นำเข้ามานั้น เป็นรถยี่ห้อไดฮัทสุ รุ่นมิดเจท ดีเค จำนวน 30 คัน และเริ่มวิ่งอยู่บริเวณย่านเยาวราชก่อน ต่อมารถตุ๊กตุ๊กได้รับความนิยมมากขึ้น ก็เลยมีการสั่งเอารถไดฮัทสุ มิดเจท เอ็มพี 4 ซึ่งใหม่กว่าเข้ามาเพิ่มเติม และเจ้ารถรุ่นนี้ก็ได้แพร่หลายไปวิ่งยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตรัง ต่อมาก็มีการสั่งรถลักษณะเดียวกันที่เป็นยี่ห้ออื่นๆ เข้ามาวิ่ง
       
       ต่อมาในปี 2515 ทางบริษัทไดฮัทสุประเทศญี่ปุ่น ได้เลิกสายการผลิตรถรุ่น มิดเจท ดีเค ทำให้คนไทยที่ยังใช้รถวิ่งอยู่ ต้องหาทางผลิตอะไหล่ทดแทนเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการผลิตรถตุ๊กตุ๊กสายพันธุ์ไทยแท้แบบที่เราเห็นในตอนนี้
       
       ในปัจจุบัน รถตุ๊กตุ๊กรับจ้างที่ใช้บรรทุกผู้โดยสารนั้น ถูกจำกัดจำนวนไม่ให้มีเพิ่มมากขึ้น และถูกจำกัดเขตการวิ่ง โดยทั้งประเทศนั้นมีรถตุ๊กตุ๊กอยู่เพียง 30,000 กว่าคันเท่านั้น (อยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 7,400 กว่าคัน) แต่ถึงแม้รถตุ๊กตุ๊กจะถูกทำหมันไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้น ทว่ามันก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างหนึ่งของประเทศไทยไปเสียแล้ว
       
       แถมยังสร้างผลงานในการคว้าอันดับ 5 ของรถรับจ้างไม่ประจำทางที่นักท่องเที่ยวยกย่องกันว่าดีที่สุดในโลกมาเชยชมอีกต่างหาก
       
       ตุ๊กตุ๊กไทยที่นี่ ที่เดียวในโลก
       
       
       ถ้าหากเราอยากจะรู้ว่ารถตุ๊กตุ๊กมีดีอะไร คนที่ต้องไปสอบถามคนแรกๆ ก็น่าจะเป็นคนขับตุ๊กตุ๊กนั่นเอง
       
       สุริยา สุวรรณพันธ์ ที่ยึดอาชีพพลขับตุ๊กตุ๊กมากว่า 4 ปี บอกว่า 'ตุ๊กตุ๊ก' เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของชาติไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติเวลาจะไปไหนมาไหนก็เลือกใช้บริการตุ๊กตุ๊ก ทั้งเที่ยววัด ไหว้พระ ไปชอปปิ้งเซ็นเตอร์
       
       “ดีนะ ตุ๊กตุ๊กมีแต่ในประเทศไทย ที่อินเดียก็ไม่เหมือนเรา เฉพาะในไทยยังมีเอกลักษณ์อยู่ คนไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม เห็นฝรั่งขึ้นมานั่งเขาก็แฮปปี้มากที่ได้นั่ง คนขับก็ยิ้มไป ขับไป จะรถติดหรือเครียดยังไงก็ยังยิ้มได้เสมอ”
       
       นั่นคือสิ่งหนึ่งที่สุริยามองว่า ทำให้การบริการของตุ๊กตุ๊กติดอันดับ 5 ของเว็บไซต์ท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีเรื่องการให้บริการส่วนบุคคล ที่ต้องมีเทคนิคในการคุยกับนักท่องเที่ยว
       
       “เราพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เขาถามอะไรก็ตอบได้ เหมือนเป็นเพื่อนพาเขาเที่ยว มีความเป็นกันเองกับเขา ต้องแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว มีสิ่งที่น่าท่องเที่ยวหลายอย่าง ต้องการไปไหม อย่างวัดอินทร์หลวงพ่อโต วัดเบญฯ วัดภูเขาทอง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ และวัดอรุณฯ ถามว่าเขาต้องการไปไหน ดูวัด ดูพิพิธภัณฑ์ ถ้าเป็นการชอปปิ้งส่วนมากเน้นมาบุญครอง สยามพารากอน จากข้าวสารไปก็ราคา 100-150 บาท บางคนเรียก 300 - 400 บาท ผมอยากให้นึกถึงสภาพความจริง ไม่ควรเรียกแพงมาก เอาแค่พอประมาณ พอเขานั่งแท็กซี่กลับมา 70 - 80 บาท เขาก็เสียความรู้สึก”
       
       นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการย่ำราตรีแห่งกรุงเทพฯ ก็สามารถพึ่งพาพลขับตุ๊กตุ๊กได้เช่นกัน
       
       “เขาก็จะถามเราว่า ที่ไหนคือที่เที่ยวที่ดีที่สุด เราก็ต้องถามกลับไปว่าต้องการแบบไหน เราจะได้แนะนำถูก ที่คนไทยเที่ยวด้วยหรือแค่เฉพาะฝรั่ง ส่วนมากก็ไปย่านสุขุมวิท สีลม พัฒนพงษ์”
       
       เมื่อพูดถึงการให้บริการแบบแปลกพิสดารอย่างขับแบบยกล้อ สุริยาก็บอกว่า เคยทำบ้าง แต่จริงๆ รู้สึกไม่ค่อยดี เมื่อถนนโล่ง ดูปลอดภัย จึงโชว์การยกล้อดังกล่าว
       
       “ถ้ารถติดเยอะ เราไม่ค่อยทำ ดูหน้าตาลูกค้าด้วย ถ้าคนมีอายุหน่อยเขาจะไม่ค่อยชอบ ถ้าเป็นวัยรุ่นจะชอบ เราก็ทำให้อยู่ในขอบเขต จะไม่ทำอะไรที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย”
       
       
       สุริยาสรุปว่า ตุ๊กตุ๊กไทย มีเอกลักษณ์ มีเฉพาะในประเทศไทย นักท่องเที่ยวมาเที่ยวครั้งแรกเห็นตุ๊กตุ๊กแล้วเกิดความรู้สึกอยากนั่งมากกว่าแท็กซี่
       
       “เขาบอกว่าที่ประเทศเขาไม่มีให้นั่ง นั่งรถไฟฟ้า แท็กซี่ เขานั่งตุ๊กตุ๊กได้บรรยากาศกว่า อยากถ่ายรูปก็ได้ เห็นธรรมชาติข้างทางได้”
       
       บางครั้งก็ดูไม่ปลอดภัยแต่ถึงใจฝรั่ง
       
       
       ทีนี้เราก็ลองไปถามฝรั่งดูบ้างดีกว่า ว่าเหตุใดพวกเขาจึงประทับใจรถตุ๊กตุ๊กกันนัก
       
       แซม จอห์นสโตน นักท่องเที่ยวหนุ่มใหญ่ชาวอังกฤษ มองว่า สาเหตุที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รวมทั้งตัวเขาเองชื่นชมในรถสามล้อของบ้านเรานั้น เป็นเพราะรูปทรงและสีสันอันแปลกตา ประกอบกับท่วงท่าการขับที่หวาดเสียวไม่เหมือนใคร
       
       “รถตุ๊กตุ๊ก เป็นแท็กซี่ที่แปลกที่สุดที่ผมเคยเห็นเลย สีสันกับการออกแบบมันดูสะดุดตามากๆ แถมเวลานั่งแล้วลมจะโกรกเข้ามาในรถด้วยทำให้เย็นสุดๆ ไอ้การที่เครื่องมันสั่นตลอดเวลาเหมือนกับเครื่องตัดหญ้ามันก็ดูน่ากลัวอยู่ แต่มันก็ตื่นเต้นดีนะ มันเป็นเหมือนเสน่ห์ของการนั่งรถแบบนี้ คุณจะไปหาที่ไหนได้อีกกับพาหนะที่เวลาเลี้ยวแล้วล้อแตะพื้นแค่ 2 ล้อน่ะ (หัวเราะ) ”
       
       แซมยังเสริมอีกว่า คนขับตุ๊กๆ เหล่านี้ยังสามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง ระดับที่พอสื่อสารกันรู้เรื่อง ทำให้กลายเป็นไกด์นำทางที่ดี สำหรับคนมาเที่ยวแบบไม่รู้อะไรเลยอย่างเขา
       
       “โชเฟอร์มีอารมณ์ขันที่ดีนะ เขาพูดภาษาอังกฤษได้เป็นคำคำ แต่สิ่งที่สำคัญคือพวกเขาอารมณ์ดีกันตลอดเวลาเลยล่ะ ส่วนเรื่องราคาผมมองว่าไม่แพงมากเท่าไรเพราะผมมองว่ามันนับเป็นค่าบริการการนำเที่ยวด้วย ไม่มีพวกเขาผมคงไม่สามารถไปหาที่เที่ยวท้องถิ่นที่ไม่อยู่ในหนังสือท่องเที่ยวได้” หนุ่มผู้ดีทิ้งท้าย
       
       ตุ๊กตุ๊กกับคนไทย ลางเนื้อชอบลางยา
       
       
       ไม่ใช่จะมีแต่ฝรั่งมังค่าเท่านั้นที่ชื่นชอบการนั่งรถตุ๊กตุ๊ก คนไทยบางคนก็ชื่นชอบการใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กไม่แพ้กัน แต่เหตุผลที่ชื่นชอบนั้นอาจแตกต่างไป
       
       นอกจากเด็กๆ มัธยมที่ชื่นชอบการเหมารถเที่ยวเดียว ผู้โดยสาร 10 คน ที่ไม่มีรถแบบไหนให้บริการแบบนี้ได้แล้ว ก็ยังมีแม่ค้าที่มาซื้อของจำนวนมากๆ เพื่อนำไปขายที่ถูกใจในบริการของรถเครื่องสั่นคันนี้
       
       “ถ้าใช้แท็กซี่ หรือรถเมล์มันไม่ไหวหรอก เพราะเราขนของทีละมากๆ แถมของของราเป็นดอกไม้ด้วย แท็กซี่เขาไม่ค่อยยอมให้เราขึ้นเท่าไร เขากลัวมันไปเลอะรถเขา ส่วนเรื่องราคาจริงๆ พอขึ้นไปนานๆ แล้ว มันก็ไม่แพงมากหรอกเพราะเราก็เป็นขาประจำรู้ว่าจากไปไหน ไม่ต้องมาเสียเวลาบอกทางด้วย”
       ติ๊ก แม่ค้ารายหนึ่งที่มารับดอกไม้จากปากคลองตลาดทุกวันสาธยาย
       
       แต่ก็ใช่ว่าความ 'บ้านๆ' ของรถตุ๊กตุ๊ก จะเป็นที่ถูกใจชาวบ้านชาวช่องไปหมดทุกคน เพราะกับระดับคนทำงาน (โดยเฉพาะหญิงสาว) บางครั้งการนั่งพาหนะเอกลักษณ์เมืองไทยคันนี้ก็สร้างความอึดอัดใจไม่ใช่เล่น
       
       กองบรรณาธิการและนักแปลสาวอย่าง จิดาภา วัสโสทก บอกว่า ตุ๊กตุ๊กสำหรับเธอถือว่าเป็นตัวเลือกสุดท้าย
       
       “ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็ต้องขึ้น แต่ส่วนตัวแล้วไม่ชอบขึ้น เพราะมันขึ้นลำบากโดยเฉพาะวันที่เราใส่กระโปรงสั้นจะยิ่งก้าวไม่สะดวก แถมเวลาที่เราหารถไม่ได้แล้วต้องเรียกตุ๊กตุ๊ก เราก็จะโดนโก่งราคาด้วย เรื่องการขับรถหวาดเสียวก็รับไม่ค่อยไหวเท่าไร บางทีมันเยอะเกินไป” นักเขียนสาวใส่เป็นชุด
       
       ถึงแม้ใครจะบ่นว่าตุ๊กตุ๊ก ขับรถน่าหวาดเสียวและไม่ปลอดภัยแค่ไหน แต่ในวันนี้ ความน่าหวาดเสียวเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปเสียแล้ว และดูท่าคงจะได้รับความนิยมไปอีกนาน นี่คงเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างเป็นรูปธรรม
       
       
       ประเภทของรถตุ๊กตุ๊กที่ยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน
       
       
       1. รถตุ๊กตุ๊กทั่วไป มีให้เห็นในกรุงเทพมหานครและจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ คนขับในเขตกรุงเทพฯ นั้น โดยมากจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะหากินกับฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเที่ยว (ทั้งที่เที่ยวทั่วไปและที่อโคจร) พาไปซื้อของ และพาไปผจญภัย
       2. รถตุ๊กตุ๊กสองแถว ดัดแปลงมาจาก รถตุ๊กตุ๊กธรรมดา มีเบาะนั่งด้านหลังเป็นที่นั่งสองแถว มีทั้งการเก็บค่าโดยสารเป็นรายคนและราคาเหมา พบได้ตามแหล่งชุมชนและตลาดสด
       
       3 ตุ๊กตุ๊กเดอลุกซ์ เป็นตุ๊กตุ๊กที่ใช้เครื่องยนต์ 4 จังหวะ มีการตกแต่งออกแนวรถซิ่ง มีให้บริการในบริเวณภาคตะวันออกของประเทศไทย
       
       4 รถตุ๊กตุ๊ก หน้ากบ พบได้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดตรัง เป็นรถตุ๊กตุ๊กรุ่นแรกๆ ที่นำเข้ามายังประเทศไทย
       
       ........
       
       เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
       ภาพ : ธัชกร กิจไชยภณ

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000113784"Thank You" from 1 Member

tiraput:
ใครเคยเฉียด ใกล้ ตอนติดเครื่อง เหม็นสุดสุด ทำไมไม่คิดหาวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นของมัน

เห็นคนโดยสารทั้งไทย เทศ มืออุดจมูกกันทั้งน้าน เหอ เหอ

ยุ้ย หวานซ่อนเปรี้ยว เอาอยู่ค่า อิอิ:
จำได้นั่งครั้งแรกเมื่อสามปีก่อนตอนน้องสาวรับปริญญา   ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ