R@nthong.com
23 พฤศจิกายน 2014, 22:48:15 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตัดกิเลส แต่ไม่อาจตัดกรรม...ท่าน ว.วัชรเมธี  (อ่าน 4168 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pyong
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 22


กระทู้: 1590


"เป็นผู้ดู ผู้รู้ ไม่ใช่ผู้เป็น"


« เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2009, 09:59:06 »

ตัดกิเลส แต่ไม่อาจตัดกรรม

โดย ว.วชิรเมธี

             ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงมีพระอัครสาวกขวาซ้ายสองรูปคอยช่วยงานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างแข็งขัน อัครสาวกเบื้องขวาชื่อพระสารีบุตร เป็นเลิศทางด้านปัญญา อัครสาวกเบื้องซ้ายชื่อโมคคัลลานะ เป็นเลิศทางด้านอิทธิฤทธิ์ พระมหาสาวกทั้งสองท่านนี้เป็นผู้มีศักยภาพสูงมากในการแบ่งเบาภาระของพระพุทธองค์ ทั้งยังเป็นเสมือนแม่ทัพธรรมฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นที่มีชื่อเสียงก้องกระจายไปในทิศทั้งสี่

            พระพุทธศาสนาแม้จะเป็นศาสนาน้องใหม่ในครั้งพุทธกาล แต่ก็เป็นศาสนาน้องใหม่ที่มาแรงที่สุด เพราะเป็นศาสนาแห่งปัญญา ให้เสรีภาพในการนับถือ การวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เน้นการบังคับศรัทธา หรือไม่พึ่งคุณวิเศษเวทไสย์ ใครมีปัญญาก็สามารถเข้าถึงพุทธศาสนาได้ง่ายๆ เริ่มต้นโดยการรู้จัก "พึ่งตนเอง" (อัตตาหิ อัตตโน นาโถ) ในการทำมาหากินเป็นเบื้องต้น จนไปถึงขั้นสูงสุดคือการพึ่งตัวเองในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่เราทุกคนที่เป็นชาวพุทธต้องปฏิบัติเอง เห็นผลของการปฏิบัติด้วยตนเอง ไม่มีใครเป็น "นอมินี" ใครได้ในทางธรรม สอดคล้องกับที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า

             "เราตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอกทาง ความเพียรเป็นกิจที่เธอทั้งหลายต้องทำเอง"

ด้วยคุณลักษณ์พิเศษเช่นนี้ นักบวชต่างลัทธินิกายจึง "ริษยา" พระพุทธศาสนา และคอยมองหาช่องทางที่จะ "สอย" บุคคลสำคัญๆ ของพุทธศาสนาอยู่ตลอด จนในที่สุดก็สบช่องจนได้ อยู่มาวันหนึ่ง พวกเขาพิจารณาว่าพระมหาโมคคัลลานะนั้นเป็นผู้มี "อิทธิฤทธิ์" คนจึงมาขึ้นต่อท่านจนหัวกระไดไม่แห้ง ถ้ากำจัดท่านได้ พระพุทธเจ้าก็คงจะไม่นำแรงแสงกล้าเป็นที่จับตามากนัก ด้วยมติเอกฉันท์เช่นนี้ พวกเขาจึงลงขันฆ่าพระมหาสาวกเบื้องซ้ายด้วยการจ้างนักเลงหัวไม้หลายคนให้พากันไป "เก็บ" ท่าน พวกนักเลงหาช่องอยู่ไม่นานก็ได้โอกาสพากันไปล้อมกุฏิพระมหาโมคคัลลานะ แต่ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จึงทำอะไรท่านไม่ได้ ท่านเหาะหนีรอดไปได้ถึงสองครั้ง แต่ครั้นมาถึงครั้งที่สาม พวกโจรก็มาซุ่มรอท่านอยู่ที่หน้ากุฏิอีก พระเถระจึงเข้าฌานพิจารณาดูก็พบว่า ที่พวกโจรไม่ยอมรามือตามมาราวีอยู่แล้วอยู่เล่านี้ เป็นเพราะ "เศษกรรม" ที่ท่านเคยทำไว้ในอดีตชาติ ครั้นเห็นว่าเป็นเวลาที่ "กรรม" จะ "สนองกรรม" เช่นนี้แล้ว คราวนี้ท่านจึงนั่งสมาธินิ่งอยู่ภายในกุฏิ พอพวกโจรกรูกันขึ้นมา คราวนี้ท่านจึงยอมให้พวกโจรรุมทุบจนร่างแหลกละเอียดเป็นจุณไปในพริบตา

        เมื่อท่านนิพพานไปในลักษณะ "ศพไม่สวย" ทั้งๆ ที่เป็นถึงพระอรหันต์ผู้ทรงฤทธาอานุภาพแท้ๆ จึงมีผู้ไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเป็นเพราะเหตุใด พระพุทธองค์ทรงเล่า "กรรมแต่ปางก่อน" ให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า

        ในชาติก่อน พระมหาโมคคัลลานะเคยเกิดเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งที่พ่อแม่รักมาก ต่อมาเมื่อโตเป็นหนุ่มได้แต่งงานแล้วเกิดอาการ "หลงภรรยา" ขึ้นสมอง ถูกภรรยายุให้ทำร้ายพ่อแม่ตัวเอง จึงหลอกพาพ่อแม่ไปทำธุระต่างจังหวัด ระหว่างทางก็แอบปลอมเป็นโจรปล้นเกวียนแล้วทุบพ่อแม่ตายคามือตัวเอง เมื่อพ่อแม่สิ้นแล้วจึงมารู้ทีหลังว่าตัวเองถูกภรรยาเป่าหูจนเสียผู้เสียคน ฆ่าได้แม้กระทั่งพ่อแม่บังเกิดเกล้า แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าร้องไห้เสียใจและฆ่าภรรยาตายไปอีกคนหนึ่ง

ด้วยเศษกรรมที่เคยหลงภรรยาจนต้องฆ่าพ่อแม่สังเวยความหลงคราวนั้นเอง แม้เขาจะได้ชดใช้กรรมมาหลายชาติภพ และสั่งสมบุญญาบารมีมาไม่น้อย จนเป็นเหตุให้ในชาติสุดท้ายได้มาเกิดเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า ผู้มีฤทธาอานุภาพเป็นเลิศ ทั้งๆ ที่ทรงฤทธาปาฏิหาริย์เช่นนี้แหละ เมื่อ "กรรมตามทัน" ท่านก็ไม่สามารถหนีกรรมพ้น จึงต้องยอมรับกรรมแต่โดยดี ชีวิตจึงชดใช้ด้วยชีวิต

        พระอรหันต์ท่าน "ตัดกิเลส" ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว ทุกข์เพราะกิเลสไม่สามารถเล่นงานท่านได้อีก แต่ท่านยังไม่สามารถ "ตัดกรรม" ที่เคยทำไว้ในปางก่อนได้เลย ด้วยเหตุนี้เอง ผู้รู้จึงกล่าวว่า "ไม่มีพลังใดเสมอด้วยพลังกรรม" หรือ "แผ่นดินที่จะหนีกรรมพ้นแม้เพียงเท่าปลายขนทรายในโลกนี้ไม่เคยมี"

    หลักการเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรมก็เป็นเช่นนี้ พิธีตัดกรรมที่ทำๆ กันอยู่นั้น จึงแทบ ไม่เกี่ยวอะไรกับพระพุทธศาสนา แม้จะมีพระสงฆ์ร่วมด้วยจำนวนมาก แต่พระมากๆ ก็ไม่ใช่หลักประกันว่า สิ่งที่พระทำจะเป็นกิจกรรมของพระพุทธศาสนาเสมอไป  

"Thank You" from 1 Member
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2009, 10:52:50 โดย hyong » บันทึกการเข้า

nammy
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 3


กระทู้: 1334



« ตอบ #1 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2009, 10:32:49 »

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆๆ ค่ะอย่างน้อยพออ่านแล้วก็ทำให้ไม่สร้างกรรมเพิ่มขึ้นอีก
บันทึกการเข้า
เพนกวินบิน
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 449



« ตอบ #2 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2009, 11:01:18 »

 ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
Namkin..น้ำขิง
กรรมการผุ้จัดการ
******

คะแนนถูกใจสะสม 329


กระทู้: 13063


ความหวังเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์


« ตอบ #3 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2009, 11:10:24 »

สาธุ  เข้าใจมากขึ้นแล้วคับ   จะพยายามไม่สร้างเวรสร้างกรรม    สร้างภพสร้างภูมิอีกต่อไป   เป็นเรื่องที่ยากคับแต่ต้องพยายามทำให้ได้มากที่สุด    Embarrassed
บันทึกการเข้า

วันดี ดี  จงมีแด่  บุคคลทั่วไ
Pa Chitzz....
เดี๋ยวนี้เราไม่ได้เดินอย่างเดียวดาย แว้ววววววว
Gold Shop.
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 9


กระทู้: 1505


You'll Never Walk Alone, and me too....


« ตอบ #4 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2009, 11:51:08 »

กิเลส คือความอยากได้อยากมี
ยังไงๆ คนเราก็ตัดไม่ขาด
เพราะถ้าตัดขาด ทองมันคงไม่พึ่งขนาดนี้หรอกครับ
จริงมะ
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
บันทึกการเข้า
Zeee
Gold Shop
หัวหน้าพนักงานขาย
*****

คะแนนถูกใจสะสม 2


กระทู้: 306


พุทโธธัมโมสังโฆ บุคโลดาวคะนอง


« ตอบ #5 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2009, 13:43:17 »

เยี่ยมมากท่าน ขอบคุณครับ  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  กำไรมาตลอด คราวนี้ขายที่ติดดอยให้ขาดทุนใช้กรรมกันดีมะคับ
บันทึกการเข้า
amorn
Gold Shop
หัวหน้าพนักงานขาย
*****

คะแนนถูกใจสะสม 11


กระทู้: 417


« ตอบ #6 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2009, 14:42:50 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
HAPPINESS
Gold Shop
ผู้ช่วย ผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 33


กระทู้: 673


« ตอบ #7 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2009, 14:49:03 »

ปัจจุบันพยายามไม่ทำอะไรที่ไม่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วๆมาทำอะไรไว้บ้างอ่ะ....ทำไงง่ะ Undecided
บันทึกการเข้า
จอมขมังเวทย์
มนุษย์ ก็ แต่เนี๊ยะ
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 299


กระทู้: 2332


สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งคิดว่าติดดอย555


« ตอบ #8 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2009, 22:57:10 »

ถ้าหนีได้ก็หนีไปเรื่อยๆ  พอกรรมเข้ามาใกล้ก็ สร้างบุญหนีกรรม ไปเรื่อยๆ  พออายุครบร้อยค่อยยอมรับกรรมที่ตามได้ป่ะ (กลัวกรรมอ่ะ อิอิ)  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า

เบื่อดอย  แต่ไม่ทันเผลอ ก็ เจอดอย ต่อไปจะต้องหนีดอย
little tiger
ผู้ช่วย ผู้จัดการ
****

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 599



« ตอบ #9 เมื่อ: 23 ธันวาคม 2009, 23:13:40 »

อดีต เราไม่สามารถ รู้ได้... รู้แต่เพียงว่า.ปัจจุบัน  ทำดีให้พร้อม..ก็พอแล้วครับ
บันทึกการเข้า

ไม่ท้อ  ไม่ถอย  ตราบยังมีลมหายใจ
ธรรมะสวัสดี
หัวหน้าพนักงานขาย
***

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 119


แม่มดพันปี


« ตอบ #10 เมื่อ: 13 มกราคม 2010, 17:27:10 »

สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า
toto999
Gold Shop
หัวหน้าพนักงานขาย
*****

คะแนนถูกใจสะสม 1


กระทู้: 106


« ตอบ #11 เมื่อ: 15 มกราคม 2010, 10:45:08 »

 Embarrassedสาธุ
บันทึกการเข้า
chang
ผู้ช่วย ผู้จัดการ
****

คะแนนถูกใจสะสม 2


กระทู้: 749



« ตอบ #12 เมื่อ: 15 มกราคม 2010, 10:54:04 »

 ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!