R@nthong.com
20 กันยายน 2014, 14:54:54 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีแก้ปวดนิ้ว หรือนิ้วล็อก  (อ่าน 23314 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กบนอกกะลา
กบ กบ
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 106


กระทู้: 2524



« เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 12:22:40 »


          ใครที่ต้องนั่งทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการคลิกเมาส์บ่อยๆ อาจเกิดอาการปวดนิ้วหรือนิ้วล็อก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้มาฝากกัน...

ปวดนิ้วหรือนิ้วล็อก เกิดจากเส้นเอ็นและเส้นประสาทที่บริเวณนิ้ว และข้อต่อต่าง ๆ ถูกกดทับเป็นเวลานานได้

          วิธีแก้ คือ เมื่อเริ่มรู้สึกชาไม่มีแรงตามนิ้ว มือ และแขน ให้รีบหาลูกดิ่งหรือโยโย่มาเล่นทันที จะช่วยให้นิ้ว มือ และแขนได้ขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงได้สะดวก และคลายตัวจากการล็อก

          วิธีป้องกัน พยายามลดการใช้เมาส์ลง แล้วหันมาใช้คีย์บอร์ดแทน

          ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้นะคะ

"Thank You" from 1 Member
บันทึกการเข้า

(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

tigerroad197
VIP
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 121


กระทู้: 16106



« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 12:26:17 »

ขอบคุณมาก ๆ ครับ

เพื่อน ๆ ที่ชอบช้อปปิ้ง แล้วหิ้วถุงก๊อบแก๊บหนัก ๆ ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว ก็ต้องระวัง นิ้วล็อก เช่นกันนะครับ

 Smiley  Smiley  Smiley
บันทึกการเข้า
กบนอกกะลา
กบ กบ
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 106


กระทู้: 2524



« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 12:27:47 »

ภาวะนิ้วล๊อคหรือโรคนิ้วล๊อค เป็นโรคหนึ่งที่คนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นโรคที่พบได้บ่อย เมื่อเป็นแล้วจะรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก...

นพ.กวี ภัทราดูลย์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม ศูนย์ศัลยกรรมทางมือ รพ.เวชธานี ได้กล่าวถึงภาวะนิ้วล๊อคเอาไว้ว่า ภาวะนิ้วล๊อคหรือ “Trigger Digit” รวมทั้งที่เกิดที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วมือด้วย ซึ่งความหมายคำว่า “Trigger” นั้น แปลตามพจนานุกรมคือ ภาวะที่มีการสะดุดหรือติดสะดุด สามารถเรียกโรคนี้ได้ว่า “โรคนิ้วติดสะดุด” ส่วนอาการล๊อคนั้นจะเป็นระยะสุดท้ายของโรค ซึ่งข้อนิ้วมือจะไม่สามารถเหยียดออกเองได้ หรือออกมาได้ด้วยความยากลำบาก

นิ้วล๊อคเป็นอาการที่มักพบในผู้ที่ใช้มือทำงานเป็นเวลานานๆ โดยมากจะเกิดกับผู้ที่ใช้มือทำงาน ในลักษณะที่เกร็งนิ้วบ่อยๆ เช่น การหิ้วของหนัก หรือการใช้มือยึดหรือถืออะไรนานต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อายุประมาณ 40-50 ปี กลุ่มนี้สาเหตุอยู่ที่การหนาตัวขึ้นของปลอกหุ้มเส้นเอ็นตรงบริเวณปลายมือ คนปกติมีปลอกหุ้มเส้นเอ็นชนิดนี้หุ้มเส้นเอ็นด้วยกันทุกคน แต่เส้นเอ็นจะสามรถลอดผ่านได้อย่างง่ายโดยไม่มีการบีบรัด ซึ่งในภาวะนิ้วติดสะดุดนี้ จะมีการหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นมากขึ้นจากสาเหตุที่มีการเสียดสี หรือมีแรงกดภายในปลอกหุ้มเส้นเอ็นเป็นเวลานานๆ เช่น พฤติกรรมการใช้มือดังกล่าวมาแล้ว โดยอาจมีความหนาเพิ่มขึ้นจากปกติ 5-7 เท่า นอกจากความหนาที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความยืดหยุ่นก็ลดลง ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะเกิดการบีบรัดเส้นเอ็นขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนทำให้เกิดอาการตามมาดังต่อไปนี้

ระยะแรก จะมีอาการปวดบริเวณปลายมือและนิ้วมือที่ถูกบีบรัด ถ้าใช้นิ้วมืออีกข้างกดไปที่บริเวณปลายมือจะมีอาการเจ็บขึ้นมา ระยะนี้ยังไม่มีอาการติดสะดุดให้เห็น สามารถตอบสนองดีต่อการรับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ การพักการใช้นิ้วมือ การปรับกิจกรรม การใช้นิ้วมือให้ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งการฉีดสเตียรอยด์เข้าเฉพาะที่

ระยะที่ 2 อาการปวดมักจะเพิ่มมากขึ้น ระยะนี้จะเริ่มมีก้อนคลำได้ที่ปลายมือ ถ้างอนิ้วไปมาจะคลำได้ก้อนที่วิ่งผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็น ระยะนี้จะมีการติดสะดุด ควรให้การรักษาเหมือนระยะแรก แต่ผลการรักษาจะแย่กว่า โดยเฉพาะถ้ามีอาการติดสะดุดมากกว่า 3 เดือน มักจะไม่หายสะดุด ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัดตัดปลอกหุ้มเอ็นออก

ระยะที่ 3 จะมีการล็อคของนิ้ว ในบางรายจะไม่สามารถเหยียดนิ้วออกมาได้ หรือทำได้ด้วยความลำบาก ระยะนี้มักจะลงเอยด้วยการผ่าตัด ตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นออก

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีที่เกิดอาการดังกล่าว  ใช้หัวแม่มือ “กดและคลึง” จุดที่เจ็บตั้งแต่โคนนิ้วด้านในบริเวณฝ่ามือตามแนวของกระดูกไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงปลายนิ้ว ใช้เวลาประมาณ 2 นาที       ให้ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ “กดและจิก” ลงไปตรงจุดที่เจ็บเพื่อส่งพลังไปที่จุดเส้นประสาทโดยตรง ซึ่งผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกเหมือนมีลมออกที่หูได้ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ใช้หัวแม่มือ“กดและนวด”ลงบนจุดที่เจ็บรวมทั้งจุดต่างๆ ที่อยู่รอบๆ บริเวณจุดที่เจ็บด้วย ประมาณ 20 ครั้ง ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับนิ้วตรงบริเวณที่เจ็บ จากนั้น “ดึงหรือกระตุก” ให้นิ้วงอลงมาด้านล่าง ให้ดันหงายขึ้นไปด้านบนสลับกันไล่ตามข้อนิ้วทั้งสามข้อใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่บริเวณนิ้วหรือข้อที่มีอาการเจ็บหรือมีปัญหานิ้วล็อก เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมให้ปลอดโปร่งไม่ติดขัด หรือแช่มือในน้ำอุ่น ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อ หรือ Stretching Exercise โดยการดัดนิ้วในท่ารำละคร อาจทำประมาณ 20-30 ครั้ง หรือบ่อยเท่าที่ต้องการ

แต่ถ้าหากลองปฐมพยาบาลดูแต่อาการยังไม่ดีขึ้น คงต้องพบแพทย์เพื่อให้การรักษาที่ถูกต้อง การรักษามีหลายแบบขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของโรค โดยการเริ่มต้นจะได้ยาลดการอักเสบเพื่อลดการหนาตัวของปลอกหุ้มเส้นเอ็นและลดอาการปวด ซึ่งจะได้ผลดีในระยะแรก  เมื่ออาการเป็นน้อยกว่า  1  เดือน  และยังไม่มีการล๊อคของนิ้วในท่างอ

ถ้ามีอาการปวดมาก หรือรับประทานยาผลยังไม่ดีเท่าที่ควร แพทย์จะพิจารณาการฉีดยาเพื่อลดการอักเสบ ซึ่งโดยทั่วไปส่วนมากผู้ป่วยมักจะหายเจ็บใน 2 – 3 วัน และบางรายจะรู้สึกว่าอาการติดสะดุดลดลง ส่วนข้อจำกัดการฉีดยาแบบนี้ก็มี เช่น ไม่สามารถฉีดได้บ่อยๆ การฉีดไม่ควรเกิน 1-2 ครั้งในรอบ 1 ปี และถ้าหากมีอาการของนิ้วล๊อคบ่อยๆ โดยมีอาการปวดร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ การรักษาโดยรับประทานยาหรือการฉีดยามักจะไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดแก้ไขโดยทำให้เส้นเอ็นมีการเคลื่อนไหวกลับสู่ปกติ

การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด สามารถทำได้โดยการฉีดยาเฉพาะที่และเปิดขยายปลอกหุ้มเอ็นเพื่อให้การเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นเป็นปกติ โดยขณะผ่าตัดคนไข้จะไม่มีความรู้สึกเจ็บและยังสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา โดยการลงมีดผ่าตัดแผลจะยาวประมาณ 0.8 เซนติเมตร จากนั้นจะใช้ตัวกันเพื่อให้เส้นประสาทที่วิ่งอยู่ทั้งสองข้างออกไป จะเห็นปลอกหุ้มเส้นเอ็นอย่างชัดเจน จากนั้นทำการตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นออก และศัลยแพทย์ยังสามารถมองเห็นการเคลื่อนที่ไปมาของเส้นเอ็นได้โดยตรง และทำการเย็บปิดประมาณ 2-3 เข็ม ใช้เวลาผ่าตัด 10 – 15 นาที ซึ่งถ้าทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญแล้ว โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนแทบจะไม่มีเลย คนไข้สามารถเคลื่อนไหวนิ้วมือได้ทันที โดยจะมีแผลเป็น 2 – 3 รอยเย็บเท่านั้น ซึ่งไม่ควรโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหมแล้ว ประมาณ 10-14 วันหลังผ่าตัดคนไข้จะไม่มีการเกิดนิ้วล๊อค เนื่องจากปลอกหุ้มเอ็นได้ขยายมากขึ้น และเส้นเอ็นทำงานปกติ สามารถกลับไปใช้งานมือและนิ้วได้ตามปกติหลังผ่าตัด

การดูแลหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยควรกำมือบ่อยๆ และยกมือสูง ไม่ควรให้แผลถูกน้ำ โดยทั่วไปจะตัดไหมประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด  และหลังจากใช้งานมือเป็นเวลานานๆ ควรหยุดให้มือได้พักผ่อนบ้างเป็นระยะๆ ยืดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบ้างโดยดัดนิ้วท่ารำละคร เพราะต้องไม่ลืมว่าสาเหตุของอาการนิ้วล็อกมาจากการใช้งานที่ต่อเนื่องนั่นเอง




* 12785.jpg (49.35 KB, 630x378 - ดู 2996 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

Gummy
Global Moderator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 204


กระทู้: 10172



« ตอบ #3 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 14:31:10 »

เคยเป็นตอนที่เล่นคอมกับลูกโดยใช้จอยสติ๊ก(แท่งหรรษา) คงจะกำแรงมากไปหน่อย  Embarrassed
แก้โดยการแช่น้ำร้อน ตอนนี้ไม่มีอาการแล้วครับ
บันทึกการเข้า
จูกัดเหลียง
Gold Shop
ผู้ช่วย ผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 10


กระทู้: 916


อุปสรรคคือบททดสอบของชีวิต


« ตอบ #4 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 16:38:15 »

 ขอบคุณครับ เมื่อเช้า+ ให้ไปแระ +อีกมะได้ ไว้พรุ่งนี้มา+ ให้นะครับ ผมก็เริ่มที่จะเป็นแล้วเริ่มปวดแต่ยังไม่ถึงกับล็อกวันๆนั่งหน้าคอม  Grin Grin Grin
บันทึกการเข้า
กบนอกกะลา
กบ กบ
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 106


กระทู้: 2524



« ตอบ #5 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 18:29:58 »

ขอบคุณครับ เมื่อเช้า+ ให้ไปแระ +อีกมะได้ ไว้พรุ่งนี้มา+ ให้นะครับ ผมก็เริ่มที่จะเป็นแล้วเริ่มปวดแต่ยังไม่ถึงกับล็อกวันๆนั่งหน้าคอม  Grin Grin Grin
Embarrassed ขอบคุณครับ Smiley

บันทึกการเข้า

(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

sand
Gold Shop
หัวหน้าพนักงานขาย
*****

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 311



« ตอบ #6 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 22:35:11 »

             +1    ขอบคุณค่ะ  เพิ่งจะทราบว่าการใช้เมาท์ก็ทำให้เกิดนิ้วล๊อคได้
บันทึกการเข้า
maxky
Gold Shop
หัวหน้าพนักงานขาย
*****

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 306


อย่าคิดแข่งกับใครถ้าไม่ชนะใจตัวเอง


« ตอบ #7 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2009, 23:03:36 »

 ขอบคุณค่ะ

+1ให้คุณกบด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!