กฎของหนังจีน 11 ประการ ( ^ OO ^ ) ฮาดีอ่ะ

<< < (4/6) > >>

kokai:
 ;D ;D ;D ขำ ๆ อ่ะ

tigerroad197:


ยุคหนังจีนเฟื่องฟูยุคโน้น เยาวราช ไม่ได้เป็น ถนนสายทองคำ หากแต่เป็น ถนนสายบันเทิง โรงหนังแบบสแตนอโลน มีมากมาย เริ่มตั้งแต่ นิวโอเดียน (กอเต๊ง) เฉลิมบุรี เทียนกัวเทียน เฉลิมราษฎร์ (หั่งจิว) ไซฮ้อ ศรีเยาวราช ศรีราชวงศ์ คาเธ่ย์ นิวนครสนุก ฯลฯ

ส่วนฝั่ง เจริญกรุง ก็ยังมี บรอดเวย์  สิริรามา (พัฒนาการ)  แคปปปิตอล ฯลฯ

และที่ยืนหยัดฉายหนังรักของ ไต้หวัน โดยเฉพาะหนังของ สองฉิน สองหลิน ( ฉินฮั่นและฉินเสียงหลิน กับ หลินชิงเสียและหลินฝ่งเจียว ) ก็คือ โรงหนังกรุงเกษม โดยเฉพาะตอนที่ฉาย ที่รักอย่าจากฉันไป คนดูหนุ่มสาวควงกันออกจากโรง น้ำตาซึมกันใหญ่  และที่สำคัญยังเป็น โรงหนังแรก ที่นำเอาหนัง สามมิติ แบบทะลุจอ เรื่อง จอมดาบทะลุฟ้า ที่เวลาดูต้องใส่แว่นแบบ ฟิล์ม จะเห็น ดาบ กระบี่ พุ่งออกมาจากจอ ( ซึ่งก่อนหน้านี้ หนังสามมิติ จะใช้ แว่นเลนส์กระดาษแก้ว สีแดง กับ สีน้ำเงิน ) หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมจนยืนหยัดฉายร่วมสามเดือนทีเดียว

หนังจีนที่มาฉาย ถ้าเป็นของ ชอว์บราเดอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักดูหนังในยุคโน้น ก็จะเข้าที่ โรงหนังนิวโอเดียน เป็นหลัก และในยุคโน้นมีการฉายรอบ มิดไนท์ คือ การเอาหนังที่จะฉายในโปรแกรมหน้ามาฉายก่อนในเวลาเที่ยงคืน ซึ่งก็เรียกคนดูที่เป็น คนนอนดึก ในยุคโน้นได้เป็นอย่างดี

ส่วนโรงหนังอื่น ๆ  ก็จะฉายหนังจีนจาก ไต้หวัน บ้าง

ในส่วนของ หนังบู๊ ของ ชอว์ฯ ก็ยังแบ่งออกเป็น ผู้กำกับ จางเชอะ ที่ถนัดหนังแบบเลือด (ปลอม) ท่วมจอ ประเภทตัวเอกคนเดียว ถูกขวานจามนับสิบเล่ม ยังสู้ได้จนลมหายใจสุดท้าย (อย่างเช่น หม่าหย่งเจิน จาก นักชกจากชานตุง)

ส่วนหนังเรื่องที่ พระเอกแขนด้วน ผู้ที่รับบทนี้มีทั้ง หวังอยู่ ในบท ฟางกัง ซึ่งเป็นต้นตำรับของ หนัง เดชไอ้ด้วน ทั้ง เดชไอ้ด้วน ภาคหนึ่ง และ เดชไอ้ด้วน ภาคสอง จากฝีมือการกำกับของ จางเชอะ ส่งให้ หวังอยู่ เป็นพระเอกซูเปอร์สตาร์

นอกจากนี้ จางเชอะ ยังปั้นพระเอกคู่ขวัญอย่าง เดวิด เจียง และ ตี้หลุง โดย เดวิด เจียง ก็เคยรับบทเป็น พระเอกแขนด้วน ในบท เหลยลี่ จากเรื่อง เดชไอ้ด้วน ภาคสาม ( หรือชื่อเดิมสมัยฉายโรงหนัง รามา ว่า แค้นไอ้ด้วน ) และหนังเรื่องนี้แหละครับที่ว่า พระเอกแขนด้วนคนเดียว บุกป้อมผู้ร้าย ใช้ดาบเดียวฆ่าคนเป็นร้อย เพราะหนังใช้เทคนิคการต่อสู้แบบหนัง ซามูไร ผิดกับหนังของ คิงฮู หรือ หูจินฉวน (ผู้กำกับ หงษ์ทองคะนองศึก ภาคแรก และ ตลุยแดนพยัคฆ์ หรือ เหล่งมึ้งแคะจั่ง ) ที่ใช้เทคนิคการต่อสู้แบบดั้งเดิม เน้นความสวยงามของท่วงท่า

ถัดจากยุคของ จางเชอะ ก็ยังมี สามพี่น้องตระกูล หลิว นำโดย หลิวเจียเหลียง หลิวเจียหย่ง และ หลิวเจียฮุย หนังของพี่น้องตระกูล หลิว ที่น่าจดจำก็คือ ยอดมนุษย์ยุทธจักร ที่กล่าวถึง หลวงจีนซันเต๋อ ที่ต้องการเปิดห้องฝึกวิทยายุทธ ห้องที่ 36 ใน วัดเส้าหลิน จากเดิมที่มีอยู่ สามสิบห้าห้อง

นอกจากนี้ก็ยังมี ผู้กำกับ ฉู่หยวน ที่มาพร้อมกับหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของ โก้วเล้ง ไม่ว่าจะเป็น ศึกชุมนุมเจ้ายุทธจักร (ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่)  ศึกเสือหยกขาว  ศึกล้างเจ้ายุทธจักร (ซาเสียวเอี๊ย)  ศึกยุทธจักรวังทอง (จับอิดนึ้ง)  จอมดาบเจ้ายุทธจักร (ขอบฟ้า จันทรา ดาบ)  ศึกวังน้ำทิพย์ และ ศึกวังค้างคาว (ชอลิ้วเฮียง)

และก่อนที่หนังของ ชอว์ฯ จะไม่ได้รับความนิยมจนต้องเลิกสร้าง ก็ยังมีผู้กำกับคลื่นสุดท้ายของ ซุนจง ผู้กำกับ ฤทธิ์ดาบหัก ที่ ตี้หลุง แสดงเป็น ต้วนฉางชิง ที่จะหักเศษกระบี่ทิ้งเอาไว้ในร่างของผู้ที่พ่ายแพ้ใต้คมกระบี่ของเขา และ สิบสามเจ้าอินทรี นำแสดงโดย ตี้หลุง และ ฟู่เซิง โดยเฉพาะ อาวุธของ ฟู่เซิง ที่ใช้ มีดซ่อนในรองเท้า เรียกเสียงฮือฮาจาก คนดู อย่างมากทีเดียว

     

แอล:
ขอคาราวะท่านยังจำลายระเอียดได้หมดนึกแล้วเห็นภาพได้เลย

=[Heng52]=:
อ้างจาก: tigerroad197 ที่ 06 เมษายน 2009, 10:26:48



ยุคหนังจีนเฟื่องฟูยุคโน้น เยาวราช ไม่ได้เป็น ถนนสายทองคำ หากแต่เป็น ถนนสายบันเทิง โรงหนังแบบสแตนอโลน มีมากมาย เริ่มตั้งแต่ นิวโอเดียน (กอเต๊ง) เฉลิมบุรี เทียนกัวเทียน เฉลิมราษฎร์ (หั่งจิว) ไซฮ้อ ศรีเยาวราช ศรีราชวงศ์ คาเธ่ย์ นิวนครสนุก ฯลฯ

ส่วนฝั่ง เจริญกรุง ก็ยังมี บรอดเวย์  สิริรามา (พัฒนาการ)  แคปปปิตอล ฯลฯ

และที่ยืนหยัดฉายหนังรักของ ไต้หวัน โดยเฉพาะหนังของ สองฉิน สองหลิน ( ฉินฮั่นและฉินเสียงหลิน กับ หลินชิงเสียและหลินฝ่งเจียว ) ก็คือ โรงหนังกรุงเกษม โดยเฉพาะตอนที่ฉาย ที่รักอย่าจากฉันไป คนดูหนุ่มสาวควงกันออกจากโรง น้ำตาซึมกันใหญ่  และที่สำคัญยังเป็น โรงหนังแรก ที่นำเอาหนัง สามมิติ แบบทะลุจอ เรื่อง จอมดาบทะลุฟ้า ที่เวลาดูต้องใส่แว่นแบบ ฟิล์ม จะเห็น ดาบ กระบี่ พุ่งออกมาจากจอ ( ซึ่งก่อนหน้านี้ หนังสามมิติ จะใช้ แว่นเลนส์กระดาษแก้ว สีแดง กับ สีน้ำเงิน ) หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมจนยืนหยัดฉายร่วมสามเดือนทีเดียว

หนังจีนที่มาฉาย ถ้าเป็นของ ชอว์บราเดอร์ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักดูหนังในยุคโน้น ก็จะเข้าที่ โรงหนังนิวโอเดียน เป็นหลัก และในยุคโน้นมีการฉายรอบ มิดไนท์ คือ การเอาหนังที่จะฉายในโปรแกรมหน้ามาฉายก่อนในเวลาเที่ยงคืน ซึ่งก็เรียกคนดูที่เป็น คนนอนดึก ในยุคโน้นได้เป็นอย่างดี

ส่วนโรงหนังอื่น ๆ  ก็จะฉายหนังจีนจาก ไต้หวัน บ้าง

ในส่วนของ หนังบู๊ ของ ชอว์ฯ ก็ยังแบ่งออกเป็น ผู้กำกับ จางเชอะ ที่ถนัดหนังแบบเลือด (ปลอม) ท่วมจอ ประเภทตัวเอกคนเดียว ถูกขวานจามนับสิบเล่ม ยังสู้ได้จนลมหายใจสุดท้าย (อย่างเช่น หม่าหย่งเจิน จาก นักชกจากชานตุง)

ส่วนหนังเรื่องที่ พระเอกแขนด้วน ผู้ที่รับบทนี้มีทั้ง หวังอยู่ ในบท ฟางกัง ซึ่งเป็นต้นตำรับของ หนัง เดชไอ้ด้วน ทั้ง เดชไอ้ด้วน ภาคหนึ่ง และ เดชไอ้ด้วน ภาคสอง จากฝีมือการกำกับของ จางเชอะ ส่งให้ หวังอยู่ เป็นพระเอกซูเปอร์สตาร์

นอกจากนี้ จางเชอะ ยังปั้นพระเอกคู่ขวัญอย่าง เดวิด เจียง และ ตี้หลุง โดย เดวิด เจียง ก็เคยรับบทเป็น พระเอกแขนด้วน ในบท เหลยลี่ จากเรื่อง เดชไอ้ด้วน ภาคสาม ( หรือชื่อเดิมสมัยฉายโรงหนัง รามา ว่า แค้นไอ้ด้วน ) และหนังเรื่องนี้แหละครับที่ว่า พระเอกแขนด้วนคนเดียว บุกป้อมผู้ร้าย ใช้ดาบเดียวฆ่าคนเป็นร้อย เพราะหนังใช้เทคนิคการต่อสู้แบบหนัง ซามูไร ผิดกับหนังของ คิงฮู หรือ หูจินฉวน (ผู้กำกับ หงษ์ทองคะนองศึก ภาคแรก และ ตลุยแดนพยัคฆ์ หรือ เหล่งมึ้งแคะจั่ง ) ที่ใช้เทคนิคการต่อสู้แบบดั้งเดิม เน้นความสวยงามของท่วงท่า

ถัดจากยุคของ จางเชอะ ก็ยังมี สามพี่น้องตระกูล หลิว นำโดย หลิวเจียเหลียง หลิวเจียหย่ง และ หลิวเจียฮุย หนังของพี่น้องตระกูล หลิว ที่น่าจดจำก็คือ ยอดมนุษย์ยุทธจักร ที่กล่าวถึง หลวงจีนซันเต๋อ ที่ต้องการเปิดห้องฝึกวิทยายุทธ ห้องที่ 36 ใน วัดเส้าหลิน จากเดิมที่มีอยู่ สามสิบห้าห้อง

นอกจากนี้ก็ยังมี ผู้กำกับ ฉู่หยวน ที่มาพร้อมกับหนังที่สร้างจากบทประพันธ์ของ โก้วเล้ง ไม่ว่าจะเป็น ศึกชุมนุมเจ้ายุทธจักร (ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่)  ศึกเสือหยกขาว  ศึกล้างเจ้ายุทธจักร (ซาเสียวเอี๊ย)  ศึกยุทธจักรวังทอง (จับอิดนึ้ง)  จอมดาบเจ้ายุทธจักร (ขอบฟ้า จันทรา ดาบ)  ศึกวังน้ำทิพย์ และ ศึกวังค้างคาว (ชอลิ้วเฮียง)

และก่อนที่หนังของ ชอว์ฯ จะไม่ได้รับความนิยมจนต้องเลิกสร้าง ก็ยังมีผู้กำกับคลื่นสุดท้ายของ ซุนจง ผู้กำกับ ฤทธิ์ดาบหัก ที่ ตี้หลุง แสดงเป็น ต้วนฉางชิง ที่จะหักเศษกระบี่ทิ้งเอาไว้ในร่างของผู้ที่พ่ายแพ้ใต้คมกระบี่ของเขา และ สิบสามเจ้าอินทรี นำแสดงโดย ตี้หลุง และ ฟู่เซิง โดยเฉพาะ อาวุธของ ฟู่เซิง ที่ใช้ มีดซ่อนในรองเท้า เรียกเสียงฮือฮาจาก คนดู อย่างมากทีเดียว

     



ขอคารวะ ท่าน อีก 1 จอก จริงๆ +++++++1 แฟนพันธ์แท้ ตัวจริง

จำความได้ว่า ชอลิ้วเฮียง ถล่มวังค้างคาวนี่สนุกมากเลย พระเอกอย่างเท่ห์เลย แต่เรื่อง ซิยิ่งกุ้ย นี่เป็นหนังในฝันเลย สนุกมากๆ ขนาดดูตอนเด็ก ยัง มันส์ ติดใจเลย ....รุ่นลูกเค้า ก็ ซิติ่งซาน อิอิ  แต่ตอนพ่อสนุกกว่า


ปล. สมัยนั้นอาจจะยังยิ่งเล่นแถวสวนเด็กเล่นอยู่ เลยไม่ค่อยรู้เรื่อง คริๆๆ

Chocolate:
<TKS2 +1 ให้คุณHeng52 กระทู้นี้ถูกใจหลายคน  ;D ;D


อ้างจาก: sPiKe ที่ 06 มีนาคม 2009, 14:11:17

;D ;D ;D ;D ขำดีค่ะ เห็นด้วยเป็นที่สุด

9. เวลาโดนฝ่ามือซัด ต้องรักษาด้วยลมปราณ

- ถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิง จะต้องถอดเสื้อผ้าเดินลมปราณ

เห็นเวลาอากาศหนาวจัด ยังต้องถอดเสื้อผ้ากอดกัน ใส่เสื้อกอดกันแล้วไม่อุ่นหรือไง  :-\ :-\
ห่อผ้ากระจิดริด เห็นมีทุกอย่างเลย



+1ให้คุณsPiKeด้วย  สังเกตเหมือนกันเลย เดินทางเป็นแรมเดือน ห่อผ้ากระจิดริด เห็นมีทุกอย่างเลย เสื้อผ้าใส่ไม่เคยซ้ำ  ทั้งยังหม้อเอย ถ้วยชามเอย  สูสีกับกระเป๋าโดเรมอนเลยนะเนี่ย ::)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว