พระพุทธรูป

(1/2) > >>

He Ro In:


พระพุทธรูป

พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าชาวพุทธให้ความเคารพศรัทธามาก
บางแห่งก็มีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น หลวงพ่อพุทธโสธร วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
หรือ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัด พิษณุโลก เป็นต้น
ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแต่ละองค์นั้น
มีตำนานเล่าขานกันมามากบ้างน้อยบ้างสุดแท้แต่ความศรัทธา ของชาวบ้าน
แต่สิ่งที่เหมือนกันของรูปเปรียบหรือตัวแทนของพระพุทธเจ้านี้ ที่สังเกตเห็นได้มีอยู่ด้วย กัน 3 ประการ คือ

1. พระเศียรแหลม
มีคำถามว่า
ทำไมพระพุทธรูปจึงมีพระเศียรแหลมในเมื่อพระพุทธเจ้าของเราก็เป็นมนุษย์
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ เขาสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คิดเป็นปริศนาธรรม
พระเศียรที่แหลมนั้นหมายถึง สติปัญญาที่เฉียบแหลม
ในการดำเนินชีวิตสอนให้ชาวพุทธแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยสติปัญญาไม่ใช่ใช้อารมณ์
หากใช้ปัญญาคิดพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนแล้วจึงทำ ความผิดพลาด ก็เกิดขึ้นน้อย หรือไม่เกิดขึ้นเลย


2. พระกรรณยาน หรือหูยาน
เป็นปริศนาธรรมให้ชาวพุทธเป็นคนหูหนัก คือมีจิตใจหนักแน่นมั่นคงนั่นเอง
ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แต่คิดพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาอันแยบคายแล้วจึงเชื่อ
ในฐานที่เป็นชาวพุทธก็ ต้องเชื่อในกฎแห่งกรรม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น เชื่อว่าไม่
มีอะไรทำให้ใครเป็นอะไรๆ ทั้งนั้น แต่ตัวเราเองนั่นแหละทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกข์

คนเราจะดีจะชั่วจะเสื่อมจะเจริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจภายนอกหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
แต่ขึ้นอยู่กับการทำ การพูดการคิดของตนเอง
นี้เป็นการเชื่อตามหลักของพระพุทธศาสนา


3. พระเนตรมองต่ำ
พระพุทธรูปที่สร้างโดยทั่วไปจะมีพระเนตรมองลงที่พระวรกายของพระองค์
อย่างในพระอุโบสถของวัดทั่วไป จะนั่งมองดูพระวรกายไม่ได้มองดูหน้าต่าง
หรือมองดูประตูพระอุโบสถว่าจะมีใครเข้ามาไหว้บ้าง นี้เป็นปริศนาธรรม
สอนให้มองตนเองพิจารณาตนเอง ตักเตือนแก้ไขตนเอง ไม่ใช่คอยจับผิดผู้อื่น
ซึ่งตามปกติของคนแล้วมักจะมองเห็นความผิดพลาดของบุคคลอื่น
แต่ลืมมองของตนเองทำให้สูญเสียเวลาและโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาตนเอง
ใครเล่าจะตักเตือนตัวเราได้ดี กว่าตัวเราเอง จึงมีพุทธพจน์ตรัสให้เตือนตนเองว่า
"อตฺตนา โจทยตฺตาน" = จงเตือนตนด้วยตนเอง จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด
ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนเตือนไม่ได้ใครจะเตือน ตนแชเชือนรีบเตือนตนให้พ้นภัย

ที่กล่าวมาทั้ง 3
ประการนั้นเป็นการสอนโดยใช้ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูปเป็นสื่อการสอนใจตนเอง

ดังนั้น ชาวพุทธเมื่อมีปัญหาอะไรแก้ไขไม่ได้คิดไม่ตกก็เข้าวัดเสียบ้าง
 นั่งประนมมือตรงหน้าพระพุทธรูป หรือถ้าที่บ้านมีพระพุทธรูป
 ก็นั่งประนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป ที่บ้านนั่นแหละ
 ค่อยๆเพ่งพินิจที่พระพักตร์ของพระพุทธเจ้า
ก่อนที่จะกราบ จะมองเห็นพระเศียรแหลม สอนใจตนว่า
"อย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์นะ ใจเย็นๆ ปัญหาต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่มีอะไรแก้ไขไม่ได้ ค่อยๆ คิด
ค่อยๆแก้ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม
เหมือนพระพุทธเจ้าของเราที่พระองค์ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา"

เห็นพระกรรณยานก็บอกตนเองว่า "สุขุมเยือกเย็นมีเหตุผลเข้าไว้ อย่าปล่อยใจตามอารมณ์หรือหุนหันพลันแล่น
เดี๋ยวจะผิดพลาดได้ ต้องมีจิตใจหนักแน่นมั่นคง เชื่อในสิ่งที่มีเหตุผล"

เห็นสายพระเนตรที่มองต่ำก็บอกตนเองว่า "มองตนเองบ้างนะ อย่าไปมองคนอื่นมากนักเลยเดี๋ยวจะไม่สบายใจ
การมองตนเองบ่อยๆ จะได้พิจารณาตนเองปรับปรุงตนเอง และแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น"

จากนั้นก็ค่อยกราบ พระพุทธรูปด้วยสติปัญญาและจิตใจที่ชื่นบาน นี้เรียกว่า
"ยิ่งกราบยิ่งฉลาด" สมกับเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ที่แท้จริง

 

ขอบคุณ http://prasit03.exteen.com
"Thank You" from 1 Member

Becky:
ขอบคุณมากครับ สำหรับคติธรรม
แต่ขอแก้นิดนึงนะครับ ในฐานะที่เรียนสายที่เกี่ยวกับ ศิลปะและวัฒนธรรมไทยในอดีตมาครับ

พระเศียรของพระพุทธรูปไม่ได้แหลมนะครับ
ส่วนที่แหลมเรียกว่า "เกตุมาลา" ครับ
เปรียบได้กับแสงไฟ หรือรัศมีแห่งแสง ที่เกิดจากการบรรลุธรรมครับ
และในสมัยก่อนสุโขทัยขึ้นไปเกตุมาลานี้ก็ไม่ได้แหลมครับ แต่เป็นแค่ก้อนกลมคล้ายดอกบัวครับ
แต่ในภายหลังถึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อแฝงปริศนาธรรมครับ
แล้วเกตุมาลาก็ยังมีความหมายมากกว่าความแหลมด้วยนะครับ

พระพุทธรูปยังแฝงปริศนาธรรมอื่นๆอีกเยอะครับ เช่น
มีพระอุษณียษะ(กะโหลกที่เป็นเหมือนบวมออกมาจากปรกติ ก่อนที่จะเป็นเกตุมาลา)
พระศก(ผม)ขดเป็นวงก้นหอย
ทำไมต้องให้เห็นยอดพระถัน(นม)
ทำไมต้องมีบัวคว่ำบัวหงายรองรับ
ฝ่าพระบาทเรียบเสมอกัน
รูปร่างอ่อนช้อยงดงามคล้ายหญิง

และยังมีปริศนา เฉพาะในแต่ละปางด้วยนะครับ
เช่นการนั่งขัดสมาธิเพรช(ฝ่าเท้าทั้ง2ข้างอยู่ข้างบน)
ปางปรินิพาน(นอนอยู่ในโลงศพแต่โผล่มาเฉพาะส่วนข้อเท้าเป็นต้นไป)

แรกเริ่มเดิมทีไม่มีพระพุธรูปนะครับ เริ่มมามีเมื่อสัก พ.ศ. 700-900
ก่อนหน้านั้นสิ่งที่เป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าคือการสร้าง รอยพระพุทธบาท และพระธรรมจักรครับ หมายถึงอะไร ลองค้นดูเองเช่นเดียวกันครับ
แต่เดิมพระพุทธรูปมีแค่ 4 ปางเองครับ นั่ง นอน ยืน เดิน
ภายหลังในสมัยรัตนโกสินท์ตอนต้นถึงได้สร้างเพิ่มมากขึ้น เป็นประมาณ 40 ปาง ซึ่งแต่ละปางก็มีความหมายต่างๆกันไป
ในปัจจุบันนี้นับไม่ไหวแล้วครับว่ามีกี่ปาง
มีทั้งปางที่เหมาะสมน่าเคารพบูชา และบางปางอาจไม่เหมาะสม เช่น ปางซุปเปอร์แมนเหยียบโลก(จำข่าวกันได้มั้ยครับเมื่อหลายปีก่อน)

ไม่แค่นี้นะครับ ภายในโบสถ์หรือวิหารก็มีปริศณาธรรมซ่อนอยู๋เช่นกัน เช่น
ด้านบนมีดาวมีเดือน
ด้านหลังของพระประทานต้องเป็นเขาพระสุเมรุ(ลองสังเกตุครับทุกที่เหมือนกันหมด)
ด้านหน้าต้องเป็นรูปพญามาร(ทุกที่เหมือนกันหมดเช่นเดียวกันครับ และเพิ่มอีกว่าที่วัดร่องขุ่นที่ อ.เฉลิมชัยสร้างก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่แปลกกว่าเยอะเลย มีเมททริกซ์ด้วย มีขีปณวุธด้วย)
แม้กระทั้งรอบๆ เช่น ใบเสมา ช่อฟ้า ใบระกา และแทบจะทุกๆอย่างเลยล่ะครับ อยากรู้ลองค้นคว้าเองนะครับ
บอก 3 วันก็ไม่จบ ขนาดเรียบยังเป็นปีเลยครับ แหะๆ :)

ที่ผมมาร์คตัวหนาไว้ เก็บไว้เป็นการบ้านละกันนะครับลองไปดูๆกัน

แล้วพอคุณๆท่านๆรู้ถึงเหตุผลต่างๆแล้ว การเข้าวัดจะสนุกขึ้นมากเลยครับ ผมรับรอง

เพราะทุกวันนี้ผมก็ยังสนุก มีความสุข และได้แง่คิดเวลามองดูทุก ๆ สิ่งที่อยู่ในวัดครับ
เพราะเมื่อเรารู้แล้ว เราจะคิดตามครับ :-[ :-[
แค่ที่ผมบอกๆไปนี่ คราวหน้าคุณๆท่านๆ เข้าวัด ถ้ายังจำได้รับรองว่าต้องมองหาเป็นแน่ครับ
อยู่ที่ว่าจะเข้ากันบ่อยรึเปล่า
แล้วก็ ใครที่อยากไปดูของจริงที่วัด แล้วแวะถวายสังฆทาน ขอให้จัดไปเองนะครับ
ไม่เชื่อลองซื้อถัง ราคา 200-300 มาแล้วคุณเปิดดูเอง แล้วจะรู้ว่าแทบไม่มีอะไรที่พระสงฆ์จะใช้ได้จริงเลยครับ แม้กระทั้งตัวถังสีเหลืองๆเอง :(
ขอแค่เป็นของใช้ที่หาได้ง่ายๆตามร้านชำทั่วๆไปนั่นแล่ะครับ พระท่านไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ หรือจะถวายเป็นปัจจัย บำรุงวัดยังจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าเลยครับ



ร่วมสร้างจิตสำนึกแห่งความเป็นชาวพุทธ เริ่มต้นที่ความคิดของเราครับ



ปล.    ว่าจะเอาแค่เกตุมาลาเรื่องเดียว ไม่น่าเลยเรา พิมพ์เมื่อยเลย :'(
ปล.2  บางอย่างอาจมีพลาดๆไปบ้างนะครับ เนื่องจากเรียนมานานแล้ว :P
ปล.3  ขอโทษเจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ แย่งซีนซะแล้ว พอดีเขียนเพลินน่ะครับ :(
ปล.4  ดูๆไปแล้วยาวมากมาย จะอ่านกันมั้ยเนี่ย :-\

hammaki:
 :)

Becky:
ขออนุญาติดันนะครับ เพราะมันกำลังจะหลุดหน้าอยู่แล้ว
อยากให้ได้เปิดอ่านกระทู้นี้กันหลายๆคนครับ

tigerroad197:
ขอบคุณมากครับ เป็นเรื่องที่ชาวพุทธทุก ๆ คนควรจะรู้ครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป