อุทิศส่วนกุศล-แผ่เมตตา

(1/1)

pyong:
แผ่เมตตา- อุทิศส่วนกุศล

อ่าน บทความ ชมรมศาสนาและการกุศล เจอบทอุทิศส่วนกุศล คิดความต้องเป็นประโยชน์กับทุกคน อธิฐานทุกวันเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นทุก ๆ ด้านครับ.

      หลังจากเสร็จสิ้นในการปฏิบัติธรรมแต่ละวัน หรือหลังจากได้ทำกุศลผลบุญใด ๆ ในขณะที่กำลังอิ่มอกอิ่มใจในกุศลผลบุญ หรือในขณะปลื้มหรือปิติในกุศลผลบุญนั้น ๆ ต้องไม่ลืม อุทิศส่วนกุศล ทุกครั้งด้วย โดยกำหนดอุทิศส่วนกุศลผ่านตาที่สาม หรือจักระที่ 6 หรือบริเวณกลางหน้าผากต่ำลงมาเล็กน้อยแล้วเลือกบทอุทิศส่วนกุศล บทใดบทหนึ่ง หรือกล่าวบทอุทิศส่วนกุศล ทั้ง 3 บท ตัวอย่างต่อไปนี้ ก็ไม่ผิดกติกาใด ๆ

8.1 ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลอันเกิดจากการทำสมาธิภาวนา/วิปัสสนาภาวนา ในวันนี้ให้แก่มารดาบิดา, ปู่ย่าตายาย, ครูบาอาจารย์, ท่านผู้มีพระคุณทุกท่าน, ญาติสนิทมิตรสหาย, เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า, เทพบุตรเทพธิดา, เจ้าป่าเจ้าเขา, เจ้าที่เจ้าทาง, รุกขเทวดา, ภุมเทวดา, อากาศเทวดา, ผีบ้าน ผีเรือน และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
      ขอท่านทั้งหลาย ได้โปรดอนุโมทนาสาธุการในบุญกุศล, ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว และอุทิศให้แก่ท่านนี้, โดยเฉพาะขอให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านมา, ได้โปรดอโหสิกรรมและงดโทษให้แก่ข้าพเจ้าด้วย, ท่านใดมีความทุกข์ขอให้ท่านพ้นจากความทุกข์ ท่านใดที่มีความสุข ขอให้ท่านมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้น, ไม่มีภัย ไม่มีเวร, ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน, สำหรับท่านที่ล่วงลับไปแล้ว ขอให้ท่านได้เลื่อนภพภูมิที่สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป, โดยทั่วกันทุกท่านเทอญ.

8.2 ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่มารดา บิดา ญาติทั้งหลาย
ครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดา ญาติทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข
- ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย ขอให้เทวดาทั้งหลายจงมีความสุข - ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ขอให้เปรตทั้งหลายจงมีความสุข
- ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ของข้าพเจ้า ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้าจงมีความสุข
- ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงมีความสุขถ้วนหน้ากันเทอญ

8.3          ขอเดชะ ตั้งจิต อุทิศผล
              บุญกุศล แผ่ไป ให้ไพศาล
              ถึงมารดา บิดา ครูอาจารย์
              ทั้งคนรัก คนชัง แต่ครั้งไหน
              ขอให้ได้ ส่วนกุศล ผลของฉัน
              ทั้งเจ้ากรรม นายเวร และเทวัญ
              ขอให้ท่าน ได้กุศล ได้ผลบุญ
อีกทั้งญาติ ที่ล่วงลับ ทั้งหลายนั้น
ขอให้ท่าน ได้กุศล ผลอุดหนุน
สรรพสัตว์ ทั้งหลาย จงได้บุญ
ผู้มีคุณ ศัตรูใด ได้บุญเทอญ.
     ขออานุภาพแห่งบุญกุศล ที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วในวันนี้ จงเป็นพลวปัจจัย เป็นอุปนิสัยตามส่ง ให้ข้าพเจ้ามีปัญญาญาณ ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และตลอดทุกภพทุกชาติ จนถึงซึ่งความสิ้นทุกข์ และเข้าถึงพระนิพพานเทอญ.

 

"Thank You" from 1 Member

หิรัณย์:
ขอเติมแบบสั้นๆไว้ในกระทู้นี้ด้วยนะครับ  :-[

บางท่านอาจเคยสงสัยในเรื่องบทแผ่เมตตาที่หลวงปู่ดู่ท่านแนะนำ คือ พุทธัง อนันตัง ธัมมัง จักรวาลัง สังฆัง นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ว่าทำไม่ไม่เห็นมีเนื้อหาเกี่ยวกับให้สัตว์ทั้งหลายจงพ้นทุกข์ จงมีสุข จงอย่ามีเวรต่อกันและกัน ฯลฯ

ทั้งนี้ เพราะบทนี้มิใช่บทแผ่เมตตาโดยตรง หากจะเรียกให้ถูกตรง ควรเรียกว่าบทอธิษฐานแผ่เมตตา กล่าวคือเป็นการกล่าวอ้างเอาคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ในอนันตจักรวาล อันหาประมาณมิได้ มาเป็นทุนในการแผ่เมตตา

โดยปรกนิผู้ปฏิบัติกรรมฐาน เมื่อจะเลิกปฏิบัติจะน้อมจิตแผ่เมตตาให้เทพผู้ปกปักรักษา เจ้ากรรมนายเวร บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ญาติมิตรและศัตรู ผีเหย้าผีเรือน พระภูมิเจ้าที่ อีกทั้งเทพ พรหม และสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ ที่มีทุกข์ ขอจงพ้นทุกข์ ที่มีสุขอยู่แล้ว ขอจงมีสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป แล้วจึงว่าพุทธังอนันตังฯ

การเจริญเมตตาเป็นเรื่องสำคัญ นักปฏิบัติบางคนได้สมาธิ รวมทั้งรักษาสมาธิอยู่ได้นานก็เพราะอาศัยการเจริญเมตตานี้แหล่ะ

จาก http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=8144

sukmai23:
สาธุ :-[ :-[ :-[

หิรัณย์:
ปลุกเสกพระ ปลุกเสกใจ


หลวงปู่ยังได้เล่าถึง วิธีการปลุกเสกพระ ตามแบบฉบับของ วัดประดู่ทรงธรรม จังหวัดอยุธยา ดังนี้

"การปลุกเสกพระจริงๆ แล้ว จะต้องมีผู้ทำอย่างน้อย ๔ คน หมายถึง ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ โดยมีตัวอาจารย์เป็นผู้ควบคุม และหมายถึงอากาศธาตุ ต้องทำให้สว่าง เวลาจะลงเป็นอย่างไหนต้องรับรองได้ การนำไปใช้จึงสัมฤทธิผล สมัยโบราณเขาต้องมีการยิงปืน ตีดาบให้ได้ยินเสียง เพื่อเป็นการปลุกจิตปลุกใจเพื่อเสก เพื่อให้เกิดความขลังได้ง่าย"

ข้าพเจ้า "การที่หลวงปู่จะทำอะไรทุกครั้งเห็นต้องมีคนคุม คือคอยตรวจสอบดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเกิดไม่มีเขาเหล่านั้น แล้วหลวงปู่จะทำอย่างไร"

หลวงปู่ "ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะเราแน่ใจว่าเมื่อตั้งอธิษฐานอะไรแล้ว ต้องเป็นไปตามนั้น"

ข้าพเจ้า (ยกมือขึ้นสาธุ) "แสดงว่าหลวงปู่ต้องการให้ผู้ที่นั่งอยู่เกิดบุญ เพราะจะได้โมทนาในสิ่งที่ตนรู้เห็น เป็นการช่วยให้เขาได้บุญน่ะครับ"

หลวงปู่ท่านยิ้มอย่างมีเมตตา และทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า หลวงปู่ท่านมีกุศโลบายในการที่จะทำให้คนได้บุญ และท่านยังเสริมอีกว่า "บุญนั้นหมั่นทำไว้ ปฏิบัติไว้ คนไหนที่เขาว่าทำได้ดีได้เห็นอะไรก็ตาม โมทนาไปเลยไม่มีเสีย มีแต่ได้ อย่าไปขัดเขา เวลาเดินผ่านไปไหนเห็นดอกไม้เขาปลูกอยู่ เราก็นึกถวายพระแทนเขา ของอะไรก็ตามนึกถวายพระพุทธเจ้าได้บุญทั้งนั้น เวลาจะเปิดไฟ ถ้าอยากได้บุญก็ว่า โอม อัคคีไฟฟ้า พุทธบูชา ธัมมบูชา สังฆบูชา ก็ได้แล้ว"ข้าพเจ้า "ถ้าเราถวายแทนเขาโดยไม่ขออนุญาตนี้ จะผิดศีลข้อ ๒ หรือไม่ครับ"

หลวงปู่ "ก็แกแผ่เมตตาให้เจ้าของเขาหรือเปล่าล่ะ ถ้าแผ่เมตตาให้เขาก็ไม่บาป" (ผู้เขียนเข้าใจว่า ถ้าไม่แผ่เมตตาให้เจ้าของก็ไม่ผิดศีลข้อ ๒ แต่ที่หลวงปู่ว่าไม่บาป คงหมายถึงทำให้ใจเราไม่เศร้าหมอง) :-[

จาก http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=67

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ