R@nthong.com
20 เมษายน 2014, 23:30:01 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีพิสูจน์หยกแท้ทำอย่างไรครับ  (อ่าน 76459 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หัวตาหลิว
จงกล้าบุกเบิกหนทางที่ยากลำบาก สู่ความสำเร็จในธุรกิจ ("แม้แต่ปลายังว่ายทวนน้ำ)
Gold Shop
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 169


กระทู้: 6179


พญาหงส์ไม่เกาะกิ่งไม้เล็ก


« เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 08:59:27 »

อยากรบกวนเพื่อนสมาชิกผู้รู้หน่อยนะครับ ว่าการพิสูจน์หยกแท้ทำอย่างไรครับ
เห็นผู้ใหญ่ที่บ้านบอกให้เอาไฟรน แต่ใจไม่ถึงครับ มีวิธีการตรวจเช็คแบบอืนรึเปล่าครับ
รบกวนเพื่อนๆด้วยนะครับ Smiley
"Thank You" from 1 Member
บันทึกการเข้า

ผอ. เจนภพ
Administrator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 865


กระทู้: 18781



« ตอบ #1 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 09:06:36 »

หยก jade เป็นแร่ เจได jedeite (ก้ออัศวินเจได ก้ออัศวินหยกแหละ) มีความแข็ง เท่ากับเจ็ด มีความวาว แบบแก้ว มีความเนียว สูงกว่า พวกอัญมณีอื่น ๆ มีหลายหลากสี  แต่สีที่ได้รับความนิยมคือ สีเขียว  ซึ่งพ่อค้าจะเรียกกันว่าหยกเนื้อแข็ง (ก้อเพราะว่า มีอีกอันที่ไม่ใช่หยก แต่คล้ายหยก นั่นคือ ควอซ สีเขียวครับ พ่อค้าผสมโรงเรียกหยกเนื้ออ่อน Tongue กะอีกอันคือ Nephrite ครับ อันนี้แข็ง 6.5 มีสีเขียวคล้ำคล้ายใบไม้)

ส่วนถามว่าดูอย่างไร อันนี้เปนเทคนิคครับ ต้องลืมตาดูครับ สำคัญมาก ๆ เรย  Tongue Tongue

เรื่องไฟลน ผมไม่เชื่อครับ ลองเอาก้อนหินแม่น้ำมาลนไฟดุสิ เหมือนกันแหละ
แลป น่าจะเป็นคำตอบครับ สำหรับ ของราคาสูง ๆครับ
หรือใครมีเทคนิคที่ดีแวะมาเล่าสุ่กันฟังครับ
บันทึกการเข้า
@ อิก คิว ซัง @
@ อดีตมีไว้ให้จดจำ ปัจจุบันมีไว้ให้ก้าวเดิน อนาคตมีไว้เพื่อไปให้ถึง @
Gold Shop
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 174


กระทู้: 16157


ค่อยๆก้าวทีละก้าวเพื่อไปให้ถึงจุดหมายอย่างมั่นคง


« ตอบ #2 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 09:37:49 »

หยก jade เป็นแร่ เจได jedeite (ก้ออัศวินเจได ก้ออัศวินหยกแหละ) มีความแข็ง เท่ากับเจ็ด มีความวาว แบบแก้ว มีความเนียว สูงกว่า พวกอัญมณีอื่น ๆ มีหลายหลากสี  แต่สีที่ได้รับความนิยมคือ สีเขียว  ซึ่งพ่อค้าจะเรียกกันว่าหยกเนื้อแข็ง (ก้อเพราะว่า มีอีกอันที่ไม่ใช่หยก แต่คล้ายหยก นั่นคือ ควอซ สีเขียวครับ พ่อค้าผสมโรงเรียกหยกเนื้ออ่อน Tongue กะอีกอันคือ Nephrite ครับ อันนี้แข็ง 6.5 มีสีเขียวคล้ำคล้ายใบไม้)

ส่วนถามว่าดูอย่างไร อันนี้เปนเทคนิคครับ ต้องลืมตาดูครับ สำคัญมาก ๆ เรย  Tongue Tongue

เรื่องไฟลน ผมไม่เชื่อครับ ลองเอาก้อนหินแม่น้ำมาลนไฟดุสิ เหมือนกันแหละ
แลป น่าจะเป็นคำตอบครับ สำหรับ ของราคาสูง ๆครับ
หรือใครมีเทคนิคที่ดีแวะมาเล่าสุ่กันฟังครับ
ขอบคุณมากๆคับป๋าแต่ก็อยากรู้เพิ่มอีกเหมือนกันผู้รู้ช่วยเพิ่มให้อีกหน่อยนะ
บันทึกการเข้า

เฮง.............................เฮง...............................เฮง




ขอให้คุณ บุคคลทั่วไ


รบกวนโหวตบวกคะแนนนิยมให้ด้วยนะครับ.....ขอบคุณมากๆครับผม
Jidanun
Global Moderator
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 26


กระทู้: 3911



« ตอบ #3 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 09:40:30 »

http://www.guidescenter.com/ban/Jade/Jade.htm
หยก อัญมณีจากสวรรค์ ไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียล


ความนิยมในการนำหยกมาทำเป็นเครื่องประดับ ตลอดจน สลักเสลาเป็นวัตถุมงคลรูปเคารพต่าง ๆ มีมาตั้งแต่ก่อนประ วัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว ที่เชื่อกันว่ามีพลังเร้นลับ สามารถบันดาลความ เป็นสิริมงคลแก่ผู้นำมาเคารพบูชาซึ่ง สืบทอดความเชื่อนี้ตลอดเวลาอันยาวนานจนถึงปัจจุบันก็ยัง ไม่เสื่อมถอยไปแม้แต่น้อย


หยกมี 2 ชนิดคือ เจไดต์และเนไฟรต์ หยกทั้ง 2 ชนิดมีความ แข็งแกร่ง เนื้อละเอียด สวยงาม เหมาะสำหรับแกะสลักเป็น รูปร่างต่าง ๆ หยกเนไฟรต์ในสมัยโบราณนำไปแกะสลักเป็น อาวุธ แกะเป็นรูปมังกร ถือกันว่าเป็นเครื่องนำโชคและได้ พัฒนามาเป็นลำดับตั้งแต่ 7,000 ปีก่อนยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคหลังประวัติศาสตร์ที่แกะสลักได้สลับซับซ้อนขึ้น การแกะ สลักหยกได้พัฒนามามาจนถึง ยุคราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นยุคสุดท้าย ก่อนที่เมืองจีนจะเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตย และบอบ คอมมิวนิสต์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกรุงรัตนโกสินทร์ของเรา ได้มีการพบหยกเจไดต์จากแคว้นคะฉิ่นในพม่า ตอนเหนือติดกับจีน หยกเจได้ต์นี้มีหลายสี คือ เขียว ม่วงลาเวนเดอร์ ชมพู ฟ้า สีส้มอมเหลือง ขาว แดง น้ำตาล ดำ ที่นิยมนำมา เป็นเครื่องประดับ หยกเจไดต์สี เขียวมรกตที่เราเรียกกันว่า "หยกจักรพรรดิ" ที่งดงามที่สุดเม็ดเดียว มีราคาถึงหลายร้อยล้าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นจริง


หลายท่านคงสงสัยว่า หยก อัญมณีจากสวรรค์นั้นสวยงามแค่ไหน ผมจึงขอนำท่านมาที่ถนนราชดำเนินกลาง ข้างสภาทนายความ ใกล้สะพานผ่านฟ้าห้องหัวมุมอาคารมีพิพิธภัณฑ์หยกและร้านจำหน่าย เครื่องประดับ สิ่งแกะสลักที่เป็นหยก ป้ายหน้าร้านคือ "MUSEUM OF JADE" (มิวเซียมออฟเจด)

มิวเซียมออฟเจดนี้ นอกจาก จำหน่ายเครื่องประดับที่ทำจากหยก และหยกแกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ แล้ว ยังให้ความรู้เรื่องหยก สำหรับคนที่ อยากจะรู้วิธีดูหยกแท้และหยกเทียมเป็นอย่างไร ทางพิพิธภัณฑ์ มีเอกสารอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่าง แจ่มแจ้ง ซึ่งผมจะขอคัดลอกมาให้ท่าน ได้รับทราบ ไม่ซื้อไม่หาไม่ว่ากระไรถือว่าเป็นการ "รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม" ก็แล้วกัน หยกบางชิ้นดูสวยดีแต่ราคาถูก บางชิ้นคล้ายกัน แต่ราคา แพงกว่า ความสับสนนี้เกิดจากหยก 3 ชนิดคือ หยกเอ หยกบี และหยกซี

1. หยกเอ หรือ หยกธรรมชาติ คือ หยกที่เจียระไนเป็นรูปร่างต่าง ๆ เสร็จแล้วขัดด้วยเทียนไข ไม่มีการเสริมเติมแต่งวัสด หรือ สีเข้าไปในเนื้อหยก หยกสีธรรมชาติที่สวย และคุณภาพสูงหาได้ยากที่สุดในบรรดาอัญมณี เมื่อเทียบกับเพชรพลอยต่าง ๆ

2. หยกบี หรือ หยกเคลือบพลาสติก เรามักจะเรียกว่า "หยกอาบน้ำ" ทำจากการ นำหินหยกไปแช่น้ำกรดไฮโดคลอลิคเพื่อกัดเอาสนิมโลหะ และสิ่งสกปรกในเนื้อหยกออกจนหมดแล้วนำไปชุบสารละลายพลาสติกแข็ง สารละลายพลาสติกจะซึมเข้าไปในเนื้อหยกและเคลือบผิว ทำให้หยกคืน สภาพดูสดใสเหมือนหยกคุณภาพสูง เนื้อแก้ว คนทั่วไปไม่สามารถแยกแยะ ได้เพราะเหมือนหยกธรรมชาติ ทุกวันนี้หยกที่ขายทั่วไป 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นหยกบี ถ้าหยกเอ มีราคา 100,000 บาท หยกบีจะอยู่ที่ 100 - 1,000 บาท เท่านั้น

3. หยกซี คือ หยกบี ที่ใส่สีหรือย้อมสีเข้าไป เช่น สีเขียว ม่วง แดง เป็นต้น

ที่ร้านนี้มีพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่มุมหนึ่งในร้าน เป็น หยกสีเขียวก้อนใหญ่หนักเป็นต้น งดงามควรแก่การเคารพบูชา พระแก้วมรกต ที่แกะสลักจากหยกสีเขียวนี้ อีกองค์หนึ่งได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้พระราชทานไปประดิษฐาน ที่พระธาตุดอยสุเทพ ส่วนชั้นบน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงหยกโบราณยุคต่าง ๆ ในเมืองจีนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์นับพัน ๆ ปี มาจนถึง ปัจจุบันที่การแกะสลักพัฒนาขึ้นมาก สามารถแกะเป็นลวดลายสลับซับซ้อน

น่าดูครับ แวะเข้าไปชมได้ความรู้เรื่องหยกครบวงจร พร้อมได้ชม หยกแกะสลักงดงามหลายชิ้น ส่วนหยกที่เป็นเครื่องประดับ ถ้าถูกอกถูก ใจซื้อหาไปก็จะได้ใบรับประกันว่าเป็นหยกแท้ ตัดปัญหาหยกแท้ หยกเทียมไปได้โดยสิ้นเชิง (คัดย่อจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2547)
ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์

 

จากตำนานกว่า 7,000 ปี เป็นที่มาแห่งคุณค่า
อัญมีณีจากสวรรค์
ความบริสุทธิ์ที่ยากจะเปรียบ
ของหยกสีธรรมชาติคุณภาพสูงจาก
มิวเซียมออฟเจด
คอลเลกชั่นเครื่องประดับหยกหลากดีไซน์
หลายสีแฟนซี เช่น สีม่วงลาเวนเดอร์
สีเหลืองน้ำผึ้ง และสีเขียวจักรพรรดิ
รวมถึงหยกแกะสลักฝีมือระดับอาจารย์
ได้ถูกรวบรวมไว้ที่นี่
แห่งเดียวในเมืองไทย

 

"น่าดูครับ แวะเข้าไปชมได้ความรู้เรื่องหยกครบวงจร
พร้อมได้ชมหยกแกะสลักงดงามหลายชิ้น
ส่วนหยกที่เป็นเครื่องประดับถ้าถูกอกถูกใจซื้อหาไป
ก็จะได้ใบรับประกันว่าเป็นหยกแท้
ตัดปัญหาหยกแท้หยกเทียมไปได้โดยสิ้นเชิง"

ม.ร.ว. ถนันศรี สวัสดิวัฒน์
 
มิวเซียมออฟเจด

95 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
(ตึกสภาทนายความฯ)


  โทร  02 282 0648-9
โทรสาร 02 282 0433
 
บันทึกการเข้า

กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้
Jidanun
Global Moderator
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 26


กระทู้: 3911



« ตอบ #4 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 09:47:57 »

http://www.uamulet.com/newsBoardDetail.asp?qid=2244

    “หยก (Jade) เป็นรัตนชาติที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมจีนมาเป็นเวลายาวนาน ชาวจีนเชื่อว่าหยกสามารถช่วยในการรักษาโรค และคุ้มครองตนให้พ้นจากภัยอันตราย รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และความเป็นอมตะ จึงได้นำหยกมาทำเป็นสิ่งของเครื่องประดับ ตลอดจนงานศิลปวัตถุและรูปเคารพต่างๆ จำนวนมาก จนคำว่า “หยก” ในภาษาจีน ยังสามารถใช้แทนความหมายถึง สิ่งที่มีค่าหรือสิ่งที่ดีเลิศสูงสุด เทพเจ้าสูงสุดตามคติความเชื่อของจีน ก็ทรงพระนามว่า “เง็กเซียนฮ่องเต้” หรือ “จักรพรรดิ์เซียนหยก” นอกจากชาวจีนแล้ว ชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกา เช่น ชาวโอลเมค (Olmecs) ชาวมายา (Mayans) และชาวทอลเทค (Toltecs) ก็เป็นชนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่นิยมนำหยกมาแกะสลัก และทำหน้ากากสำหรับบูชาในพิธีกรรมทางศาสนา 

    ในปัจจุบันหากพูดถึงหยกจะหมายถึงแร่ 2 ชนิด ชนิดแรกซึ่งเป็นหยกชนิดเดียวกับหยกโบราณของจีนคือ หยกชนิด เนไฟรต์ (Nephrite) เป็นแร่ซิลิเกตในกลุ่มแอมฟิลโบล (Amphibole) มีชื่อทางเคมีคือ แคลเซียมแมกนีเซียมไอรอนซิลิเกตไฮดรอกไซด์ มีสีตั้งแต่ขาว เขียว ไปจนถึงเทา มีความมันวาวคล้ายแก้ว โปร่งแสงจนถึงโปร่งใส ปัจจุบันผู้ผลิตหยกเนไฟรต์ที่สำคัญได้แก่ แคนาดา ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน 

    ส่วนหยกอีกชนิดหนึ่งซึ่งหายาก และมีราคาแพงกว่าหยกชนิดเนไฟรต์ ซึ่งปัจจุบันเรียกกันว่า “หยกแท้” (real jade) ได้แก่หยกชนิดเจไดต์ (Jadeite) เป็นแร่ซิลิเกตกลุ่มไพรอกซีน (Pyroxene) มีชื่อทางเคมีคือ โซเดียมอลูมินัมซิลิเกต ส่วนใหญ่มีสีเขียวสดใส แต่บางครั้งอาจมีสีอื่นๆ เช่น เหลือง ชมพู ขาว ม่วง ส้ม หรือน้ำตาล มีความมันวาวคล้ายแก้ว ลักษณะทั่วไปคล้ายกับหยกเนไฟรต์ แต่จะมีความแข็ง และความถ่วงจำเพาะมากกว่าเล็กน้อย หยกเจไดต์พบมากที่สุดในพม่า และบางส่วนพบในอเมริกากลาง เช่นที่กัวเตมาลา 

    จุดเด่นของหยกคือ มีเนื้อเนียน มีความเหนียวและความแข็งพอเหมาะ (หยกเนไฟรต์มีความแข็ง 5.5-6 ส่วนหยกเจไดต์มีความแข็ง 6.5-7 ตามสเกลของโมห์) สามารถนำมาแกะสลัก เป็นลวดลายที่ละเอียดอ่อนวิจิตรพิสดารได้ดีกว่า รัตนชาติชนิดอื่นๆ ดังที่เราเห็นในงานศิลปวัตถุของชาวจีน ราคาของหยกขึ้นอยู่กับสีเป็นหลัก นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับความโปร่งใส และลักษณะเนื้อของหยกชิ้นนั้น การซื้อขายหยก มักตีราคาตามลักษณะของชิ้นงาน มากกว่าคิดตามน้ำหนัก หยกชิ้นเล็กๆ ที่แกะสลักอย่างประณีตบางชิ้น อาจมีราคาประมูลสูงกว่าแสนเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว จึงนับว่าหยกคู่ควรที่จะได้รับการขนานนามให้เป็น “จักรพรรดิ์แห่งรัตนชาติ” อย่างแท้จริง

 
   ทัศนคติเกี่ยวกับอัญมณีของชนชาติต่างๆ ย่อมมีที่มาและที่ไปแตกต่างกัน ทั้งในด้านความเชื่อและคุณค่าของอัญมณี ดั่งเช่น ประเทศจีนมักยกย่องว่าหยกเป็นอัญมณีมีค่าอย่างล้ำเลิศยิ่งกว่าทองและเพชร โดยจะนำมาใช้ในพิธีการทางศาสนา และบูชาเทพเจ้า
 
    หยก ซึ่งมีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า "ยู่" มักจะถูกนำมาใช้เป็นคำแสดงลักษณะอาการอันประณีตและงดงามมีเกียรติ เช่น
 
ยู่หนู่ แปลตามตัวว่า "ผู้หญิงที่ทำด้วยหยก" แต่ความหมายที่แท้จริงนั้น หมายถึง "หญิงงามหรือผู้หญิงสวย"
ยู่เมี่ยน แปลตามตัวว่า "หน้าหยก" แต่ความหมายที่แท้จริงหมายถึง ดวงหน้าอันงาม
ยู่ถี่ แปลตามตัวว่า "ร่างหยกหรือร่างที่ทำด้วยหยก" แต่ความหมายที่จริงหมายถึง ร่างอันมีค่าของคนอื่นไม่ใช่ของตัวเอง เช่น ร่างกายของท่าน (ผู้ที่เรากำลังพูดด้วย) งดงามดั่งหยก
 
    ตัวอย่างเหล่านี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า คนจีนยกย่องหยกมากจนถึงกับนำมาเป็นคำคุณศัพท์ประกอบคำที่ต้องการยกย่อง มีความหมายในทางที่ดีงาม แม้แต่ตัวอักษรรุ่นแรกของจีน โดยเฉพาะคำว่า "หยก" ก็สร้างหรือกำหนดรูปแบบมาจากรูปลักษณะของอาภรณ์ที่ทำด้วยหยกสามชิ้น มีเชือกร้อยกลาง นอกจากนั้นเครื่องประดับของพระเจ้าแผ่นดิน และผู้มีอันจะกินชาวจีนก็มักจะมีหยกประกอบอยู่ด้วย อาทิเช่น พระราชลัญจกรของจักรพรรดิจีนมักจะทำด้วยหยก ส่วนของไทยจะทำด้วยงาช้างเผือก เป็นต้น

    เรื่องตราหยกนี้ มีปรากฎเรื่องเล่าในสมัยพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องได้เสวยราชย์ จึงให้หาช่างมาทำเป็นตราสำหรับพระมหากษัตริย์ แล้วให้ "หลีสูจึง" แกะเป็นอักษรแปดตัว ครั้งหนึ่งพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องเสวยราชสมบัติได้ยี่สิบหกปี เสด็จประพาสทางชลมารคพอเกิดพายุหนัก พระเจ้าจิ๋นซีอ๋องกลัวเรือพระที่นั่งล่มจึงนำตราหยกทิ้งลงแม่น้ำ พายุก็สงบลง ที่เป็นเช่นนี้คงด้วยความเชื่อที่ว่า พายุและคลื่นนั้นเกิดขึ้นด้วยอำนาจของมังกร และมังกรนั้นชอบอัญมณีมีค่า เมื่อทิ้งหยกลงไปก็ชอบใจ คลื่นลมก็สงบ คนจีนโบราณจึงนิยมนำหยกมาแกะเป็นแหวนมังกรในปากคาบก้อนกลมๆ แล้วสวมนิ้วเป็นของติดตัวในเวลาเดินทาง เมื่อลงเรือข้ามแม่น้ำฮวงโหก็จะถอดแหวนมังกรทิ้งในแม่น้ำ กล่าวกันว่า เป็นการเซ่นสังเวยพญามังกรให้ช่วยคุ้มกันอันตราย คือ ไม่บันดาลให้เกิดลมพายุนั่นเอง

    ชาวจีนจึงนิยมนำหยกมาแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา เต่า จิ้งหรีด หน้าเสือ บ้างก็แกะเป็นรูปหน้าเสือสองหน้าที่เรียกกันว่า เต๋าเตี่ย (Tao Tieh) ใช้เป็นเครื่องราง ตามประเพณีการทำศพของชาวจีนมักจะนำหยกที่แกะสลักเป็นรูปกลมแบนมีรูตรงกลาง แทนสัญลักษณ์ของสวรรค์ ที่เรียกว่า "ปิ (Pi) " เนื่องด้วยชาวจีนถือว่าสวรรค์กลม มาวางไว้ด้านหลังศพ ส่วนโลกซึ่งชาวจีนนิยามเป็นรูปสี่เหลี่ยมจึงนิยมทำหยกเป็นรูปสี่เหลี่ยม เรียกว่า "จุง (Tsung)" มาวางไว้บนท้องของศพ ทำนองสวรรค์หนุนหลังอยู่นั่นเอง

    หยก ในทางอัญมณีศาสตร์ มีชื่อเรียกว่า "Jadeite หรือ หยกพม่า" มีทุกสี ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดในประเทศพม่า มีค่ามาในแง่ของความหายากและความสวยงาม แต่หยกที่ชาวจีนรู้จักและใช้กันมานานนั้น มีชื่อเรียกทางอัญมณีศาสตร์ว่า "Nephrite หรือ หยกไต้หวัน" มักมีความเหนียวทนทานกว่า หยกพม่า จึงนิยมนำมาแกะสลักเป็นงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ อาทิ ตราหยก ดาบ ฯลฯ ส่วน "Jadeite" นิยมทำเป็นเครื่องประดับสวมติดตัว เช่น แหวน จี้ ฯลฯ

    ความแตกต่างของหยก "Jadeite หรือ หยกพม่า" และ "Nephrite หรือ หยกไต้หวัน" นั้น สังเกตได้ง่ายจากสีและความใสของเนื้อหยก หยกพม่าจะมีสีสันที่ค่อนไปข้างขุ่น ด้วยเนื้อหยกที่มีลักษณะคล้ายเส้นใยหรือเนื้อเทียน ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า เส้นใย Fibrous ส่วนหยกไต้หวัน จะมีลักษณะเนื้อหยกที่ใสกว่าและมักมีสีเข้มกว่า โดยธรรมชาติแล้วหยกจะมีเนื้อที่เป็นรู ดังนั้น การที่มีความเชื่อว่า เมื่อหยกเปลี่ยนสีเขียวหรือเข้มขึ้นจะทำให้ร่ำรวยขึ้นนั้น อาจมีสาเหตุมาจาก การที่ผู้สวมใส่หยกทำงานหนัก น้ำมันจากร่างกายจึงเข้าไปอุดรูต่างๆ ในเนื้อหยกทำให้มองไม่เห็นรูพรุนเหล่านั้น จึงมองเห็นหยกเป็นสีเข้มขึ้น และการทำงานหนักก็มักจะเป็นการสร้างความร่ำรวยให้กับผู้นั้น นี่ก็เป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับหยก

    แต่ในปัจจุบันมีการทำหยกเทียมขึ้นมามาก ดังนั้น การสังเกตลักษณะของหยกแท้หรือหยกเทียมนั้น ดูได้ง่ายมาก คือ สังเกตที่เนื้อหยก หากเป็นหยกแท้จะต้องมีลักษณะเส้นใย Fibrous ทำให้มองเห็นเป็นเหมือนท้องฟ้าอยู่ภายใน และหยกแท้มักมีการเปลี่ยนอุณหภูมิไปตามอุณหภูมิของร่างกาย คือ เมื่อถืออยู่ในมือนานๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามร่างกายเรา คือ อุ่นขึ้น แล้วเมื่อนำไปวางไว้สักพักก็จะเย็นขึ้น นอกจากนั้น โดยลักษณะเนื้อหยกแท้จะเรียบไม่มีรูพรุนที่เห็นได้ง่าย แต่ลักษณะรูพรุนที่กล่าวข้างต้นจะเป็นลักษณะเนื้อภายในที่สังเกตด้วยตาเปล่าไม่เห็น ดังนั้น จึงสังเกตได้ง่ายว่าหากเนื้อหยกไม่เนียบเรียบมีรูพรุน แม้ว่าจะมีสีเขียวขุ่นแต่ก็อาจไม่ใช่หยกแท้

บันทึกการเข้า

กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้
Jidanun
Global Moderator
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 26


กระทู้: 3911



« ตอบ #5 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 09:51:41 »

http://www.stonelover.com/db/problem-detail.asp?bid=1036
การพิจารณาดูของแท้-ปลอม ของ "หยก" ค่ะ ****ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า หยกที่เรามีอยู่ เป็น หยกอ่อน <ื์Nephrite> หรือหยกแข็ง ซึ่งทั้งสองจำพวกนี้มีสารประกอบไม่เหมือนกัน หยกแข็งมีความแข็งและน้ำหนักมากกว่า ส่วนหยกอ่อนอ่อนกว่าเล็กน้อย นอกนั้นมีส่วนคล้ายคลึงกันอยู่มาก ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการพิจารณาค่ะ**** ทีนี้ มาถึงวิธีการดูของแท้-ปลอม ค่ะ ****1. หล่อทำด้วยพลาสติก น้ำหนักจะเบามาก สีไม่ใสทำด้วยยางไม้หรือยางสน น้ำหนักก็ยิ่งเบา ความแข็งน้อยมาก ลองถูเบา ๆ ผิวหน้าก็จะปรากฏเป็นเส้น ๆ ถ้าใช้กระจกหล่อทำก็จะพบฟองอากาศอยู่ในเนื้อแก้ว สีของหยกปลอมเหล่านี้มักจะอมสีน้ำเงิน และถ้ามีสีแก่สีอ่อนเจือปนกันหรือสีเขียวสีขาวสลับกัน เราจะสังเกตเห็นสีเทียมไม่กลมกลืนกันซึ่งผิดกับของจริง ทั้งนี้ก็เพราะหยกเป็นหินผลึกเฉียง ส่วนของเทียมไม่ใช่ผลึกจึงแตกต่างกันมาก ****2. ปลอมด้วยหินธรรมชาติที่ราคาถูกกว่า ย้อมสีให้เหมือนหยก เพื่อขายในราราคแพง เช่น นำหินสีขาวที่มีลักษณะหรือคุณภาพที่คล้ายคลึงกันมาย้อมสีเป็นหยก หรือนำหินโมราสีเขียวมาแต่งทำให้เหมือนหยก ถ้าเป็นหินสีขาวย้อมสีเป็นหินสีเขียวทำเทียม เราจะัสังเกตเห็นสีมักจะอมเหลืองและสีค่อนข้างขุ่นหรือมักจะอมดำ ถ้าเป็นโมราสีคล้ายหยก เราก็จะรู้สึกว่าน้ำหนักของมันเบากว่าสีเขียว มักจะอมน้ำเงินมองดูขุ่นไม่โปร่งใสน้อยมาก สังเกตให้ดี ๆ สีเขียวจะไม่เหมือนหยกแท้ ๆ เลย อีกประการหนึ่ง ของเทียมชนิดนี้ มักจะมีลักษณะดีเด่นมากเพราะว่าหินเทียมราคาถูกมากกว่ามาก สามารถหาชิ้นโต ๆ มาตัดแต่ง ลักษณะย่อมต้องดีเด่นกว่าของแท้ซึ่งมีขนาดเพียงจำกัดเท่านั้น สำหรับประเด็นนี้เราจะรู้สึกว่าของเทียมมักจะมีลักษณะดีมากจนของแท้ไม่เคยมีมาก่อน ****3. นำหยกธรรมชาติแท้ ๆ ที่สีไม่สวยมาย้อมให้สวยขึ้นเพื่อขายในราคาดีกว่า **** การย้อมสีหยกนี้ เมื่อสมัยก่อนโน้น ย้อมโดยใช้ความร้อนธรรมดาเคี่ยวให้สีแทรกซึมเข้่ไปในเนื้อหยก แต่เมื่อถูกความร้อนเข้าหรือใช้ไปไม่นานสีก็จะตกและค่อย ๆ กลายเป็นสีเดิม ต่อมาเทคนิคในการย้อมสีก็ได้ก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ได้ย้อมสีโดยใช้ความร้อนและความกดดันสูงมากจนทำให้หยกขยายตัว เพื่อกดดันให้สีแทรกซึมเข้าไปได้ลึกซึ้งกว่าเดิมมาก และยังสามารถแต่งสีให้กลมกลืนเหมือนของจริง ซึ่งถ้าไม่ชำนาญจริง ๆ ก็จะไม่สามารถดูออกได้ ความจริงหยกธรรมชาติแท้ ๆ จะหาสีสวย ๆ ได้ยากมาก ถ้าเราพบเห็นหยกสีสวย ๆ มีมากก็ควรตระหนักว่ามันต้องเป็นไปไม่ได้ และควรพิจารณาให้ดีเสียก่อนจึงจะเชื่อ ถ้าเราใช้กล้องขยายพิจารณาดูให้ดี เราอาจจะพบสีเขียวของหยกเทียมเป็นสีเส้นเล็ก ๆ เหมืีอนเส้นไหม ซึ่งผิดกับสีเดิมของหยกแท้ อีกทั้งสีเทียมมักจะอมน้ำเงินบ้าง หรืออาจจะอมสีเหลืองเล็กน้อย เป็นต้น การย้อมสีด้วยวิธีใหม่นี้ ถ้าใช้ไปนาน ๆ สีก็จะค่อย ๆ ตกเหมือนกัน ****การพิสูจน์จะให้แน่ชัดและสามารถรู้ได้ทันที ก็ด้วยวิธีโยนหยกชิ้นนั้นลงไหในน้ำมันที่กำลังเดือด สีเทียมก็จะสูญหายไปทันที แต่ใครเล่าที่จะยอมเสี่ยงด้วยการทดลองแบบนี้ เพราะว่าหยกเข้าไปอยู่ในน้ำมันที่กำลังเดือด ๆ เมื่อร้อนจัดก็อาจจะแตกร้าวได้ง่าย ๆ เป็นการสูญเสียโดยใช่เหตุ ******* คัดลอกมาจาก "การบำบัดโรคด้วยพลังคริสตัล โดย Ragis Regis แปลโดย ชาย รัศมีจันทร์ " ค่ะ
บันทึกการเข้า

กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้
Jidanun
Global Moderator
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 26


กระทู้: 3911



« ตอบ #6 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 10:00:17 »

http://gotoknow.org/blog/phongphan/103050
วิธีทดสอบหยก

1.      ใช้วิธีง่ายๆ คือนำหยกมาเคาะกันดู จะเห็นว่าถ้าเป็นหยกแท้นั้น เสียงจะกังวานใส ของปลอมเสี่ยงจะไม่ใส

2.      จับหยกขึ้นมาไว้ในมือสักครู่ ดูว่าเย็นหรือไม่ ธรรมชาติของหยกจะมีความเย็นในตัว

3.      นำขึ้นส่องไฟดู ถ้าหยกแท้จะใสมองทะลุได้ ถ้าของปลอมจะขุ่นมองเห็นเป็นสีทึบ

4.      ลองนำหยกไปขูดกระจกดู  เพราะหยกมีความแข็งสามารถใช้ขูดบนกระจกให้เป็นรอยได้             

              ดังนั้นก่อนซื้อหยกครั้งต่อไปหรือนำหยกที่มีอยู่มาลองทดสอบด้วยวิธีง่ายๆดูนะคะ 

บันทึกการเข้า

กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้
จัมโบ้
คณะที่ปรึกษาอาวุโส
ผู้จัดการใหญ่
******

คะแนนถูกใจสะสม 10


กระทู้: 7611


ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอน


« ตอบ #7 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 11:19:11 »

ขอบคุณเจ้จิค่ะ    Grin Grin
บันทึกการเข้า

สู้จนกว่าจะชนะ


สวัสดีค่ะ...คุณบุคคลทั่วไ
Chocolate
The Unmelting Chocolate
Gold Shop
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 12


กระทู้: 1871


Everyone Needs to Feel Secure


« ตอบ #8 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 11:29:52 »


ขอบคุณสำหรับทุกๆข้อมูลค่ะ เซฟไว้แล้วค่ะ  Cheesy
บันทึกการเข้า

สวัสดีค่ะ ขอให้คุณบุคคลทั่วไ

ผอ. เจนภพ
Administrator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 865


กระทู้: 18781



« ตอบ #9 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 11:39:58 »

ถ้าเป็นหยกแท้ย้อมสี สังเกตุรอยแตกมันครับ
มั้นจะเข้มกว่าผิวทั่วไปในก้อนเดวกัน
บันทึกการเข้า
หัวตาหลิว
จงกล้าบุกเบิกหนทางที่ยากลำบาก สู่ความสำเร็จในธุรกิจ ("แม้แต่ปลายังว่ายทวนน้ำ)
Gold Shop
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 169


กระทู้: 6179


พญาหงส์ไม่เกาะกิ่งไม้เล็ก


« ตอบ #10 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 14:10:03 »

ขอบพระคุณท่านผู้รู้ครับ
ข้าน้อยขอคำนับและจะลองปฎิบัติดูครับ
แต่มันขึ้นตัวเรือนแล้วนี่สิครับ หรือว่าให้ร้านเพชรเขาลองตรวจดูน่าจะชำนาญกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 สิงหาคม 2007, 14:12:50 โดย หัวตาหลิว » บันทึกการเข้า

{{ น้ำ }}
รักพ่อ ทำดีเพื่อพ่อ
Gold Shop.
รองผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 9


กระทู้: 1078



« ตอบ #11 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 20:58:16 »



  ขอบคุณ จร้า.... Grin
บันทึกการเข้า

สวัสดี บุคคลทั่วไ
₡a$i₦o €Gold₦oMic
Administrator
กรรมการผุ้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 598


กระทู้: 16234



« ตอบ #12 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 21:47:39 »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า




เฮง เฮง
Gold Shop.
ผู้จัดการใหญ่
*****

คะแนนถูกใจสะสม 8


กระทู้: 4435



« ตอบ #13 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 22:29:21 »

ขอบคุณค่ะ Cheesy
บันทึกการเข้า

***  สุข สดชื่น สมหวัง รวยๆ เฮงๆ เจอลูกค้าน่ารักๆ กันทุกคนค่ะ ***
augee
ห้างเพชรทองศรีโต๊ะกัง
VIP
ผู้ช่วย ผู้จัดการ
*****

คะแนนถูกใจสะสม 0


กระทู้: 502



เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2007, 23:49:49 »

ขอบคุณมากๆคะ
บันทึกการเข้า

ห้างเพชรทองศรีโต๊ะกัง
ซื้อขายทองคำแท่ง ราคาสมาคม
ไม่มีค่าบลอก
ไม่หักค่าบลอก
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!