เก็บตกริมทาง : "ไดหมึก" หรือ "ตกหมึก"

(1/3) > >>

jack sparrow:
เก็บตกริมทาง : "ไดหมึก" หรือ "ตกหมึก"
   
ประเทศไทยเรา เวลาเข้าหน้าร้อนทีไร ก็ร้อนเอาเรื่องเหมือนกัน ขนาดว่าหลบตามหลืบมุมตึกแล้ว บางครั้งยังรู้สึกแสบผิว ประหนึ่งว่า เพิ่งกลับมาจากการเล่นน้ำทะเลอย่างไรอย่างนั้น

พูดถึงทะเลแล้ว หน้าร้อนเวียนมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง "ทะเล" ก็มักจะผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลาย ๆ คน เหตุผลหนึ่งก็เพื่อที่อยากจะพักร้อน (แต่ไปทีไรก็ร้อนทุกที ไม่เห็นจะพักร้อนตรงไหน) หรือพักผ่อนในช่วงวันหยุดกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูง

แต่จะไปทะเลทั้งที ก็ต้องหากิจกรรมทางทะเลเล่นสักหน่อย อย่างกลางวันก็รู้ ๆ กันอยู่ว่า สิ่งที่ได้รับความนิยมทั้งหลายก็คงหนีไม่พ้น การขับเจ๊ตสกี การเล่นเรือกล้วย หรือที่วัยรุ่นนิยมเรียกว่า Banana boat และอื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนกิจกรรมในช่วงกลางคืน ก็คงหนีไม่พ้นการสังสรรค์กันตามผับ บาร์ต่าง ๆ แต่อีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นคือ "การตกหมึก"

แปลง่าย ๆ คือ การจับปลาหมึกนั่นแหละ

ซึ่งการ "ตกหมึก" จะเรียกอีกอย่างว่าการ "ไดหมึก" ซึ่งมีที่มาจากการใช้ "ไดนาโม"  หรือเครื่องปั่นไฟ เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้บนเรือ จึงเรียกว่า การ "ไดหมึก" นั่นเอง

สำหรับคนที่ไม่เคยได้ลองตกหมึกมาก่อน อาจจะคิดว่ามันง่าย เพียงแค่หย่อนเบ็ด เดี๋ยวปลาหมึกก็จะมากินเหยื่อ พอติดเบ็ดเราก็กระตุกขึ้น แต่มันจะไม่ง่ายขนาดนั้นสิคะ

แต่ก่อนที่จะตกหมึกเราต้องมารู้จักกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกหมึกกันก่อน ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกหมึกจะเรียกว่า "โยทะกา" มีลักษณะเป็นเบ็ดที่มีตะขอรอบด้านเป็นซี่ ๆ  ผูกติดกับสายเอ็น มีทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่

และอุปกรณ์ที่เป็นหัวใจหลักของการตกหมึกในเวลาค่ำคืน ก็คือ "ไฟ" จากหลอดไฟนีออนหลาย ๆ ดวงที่ติดกับเสา (แขน) เรือที่กางออกด้านข้าง เพื่อเปิดส่องแสงล่อพวกปลาหมึกให้มารวมตัวกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่า ปลาหมึกชอบเล่นไฟหรอกนะคะ แต่ที่เราต้องใช้ไฟนีออน ก็เพราะว่าจะช่วยล่อเหล่าบรรดาปลาเล็ก ปลาน้อยให้มาว่ายเล่นอยู่บริเวณใกล้ ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือให้มันมาเล่นไฟนั่นเอง หลังจากนั้น พวกปลาหมึกก็จะมารุมกินปลาเล็กปลาน้อยเหล่านั้น ซึ่งถ้าโชคร้าย (เราโชคดี) ก็จะติดกับ "โยทะกา" ของเรา

เมื่อเรือพร้อม ไฟพร้อม โยทะกาพร้อม ก็เหลือแค่เทคนิคและวิธีการตกหมึกของแต่ละคน ซึ่งต้องหย่อนโยทะกาลงไปในน้ำให้ลึกประมาณ 1 เมตร จากนั้นที่เหลือก็ใช้เพียงความอดทนกับความพยายามในการชักเอ็นขึ้นลงไปเรื่อย ๆ อย่าได้หยุด เพื่อล่อให้ปลาหมึกคิดว่าโยทะกาเป็นปลาน้อยเล่นไฟ เมื่อปลาหมึกติดโยทะกา ก็ให้ดึงขึ้นมาเลย เป็นอันประสบความสำเร็จในการตกหมึก.
 
เก็บให้อ่านกันครับ..หน้าร้อนหลายๆท่านคงจะอยากไปเที่ยวทะเล..เหมือนอย่าผม  ;D ;D ;D ;D ;D

จาก เดลินิวส์No Users found in the list.

myFri3nd:
ผมได้ตกหมึกที่เกาะช้าง นั่งตกอยู่ชั่งโมงกว่าๆ กับคณะทัวร์ ปรากฎว่าไม่มีใครตกได้สักคน  แต่พวกเราก็ได้กินปลาหมึกย่างที่ซื้อจากแพเรือกันทุกคน  (สงสัยคนแพมาตกไปหมดก่อนเรามา ..เราเลยต้องเสียเงินซื้อหมึกกินกันเอง)

Lovely_omebc3:
อ่านปุปก้อนึกถึงทะเลในยามค่ำคืน คิดแล้วอยากไปไดหมึกจัง ยังไม่เคยลองเลย  :D

@ อิก คิว ซัง @:
มีคนเคยบอกว่าตกขึ้นมาสดๆแล้วแล่ทานเลยอร่อยมากๆหวานเจี้ยบเลยล่ะ  พูดแล้วก็น้ำลายไหลอีกแล้ว

ปี ศ า จ ไ ร้ ชื่ อ:
 ;D  หลายเดือนแล้วที่เสียค่าประสบการณ์เป็นเงิน 4500 บาท ค่าเช่าเรือ   ซึ่งได้ความรู้เพิ่มมาว่า  " คืนเดือนหงาย ตกหมึกมะได้ จ้า "  555  ด้วยความที่เคยไปตกที่เกาะช้าง  ตกได้เยอะมาก  สนุกมั่กๆ   ทีนี้ไประยองมั่ง นึกครึ้มอยากไปตกกะเพื่อนๆ ก็เลยไปเหมาเรือ  ราคา 7000 ต่อรองได้ 4500  ดีใจมั่กๆ (ยิ้มแก้มปริ ต่อได้เยอะ)  ออกเรือไปสามชั่วโมง ได้ปลาหมึกมาตัวนึง  ปัจจุบันจึงมีปลาหมึกตัวละ 4500 ให้เม้ากันสนุกปาก  ก่อนขึ้นเรือเราก็งงและสงสัยอยู่ ว่าทำไมเรือประมงค์จอดไว้เฉยๆเยอะจัง   ซึ่งก็มาอ๋อตอนท้ายอ่ะค่ะ     อ้ออออออออออ    หยั่งงี้นี่เอง!!!!     ;D ;D ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป